โปรแกรมสำหรับงานวิจัย STATA คืออะไร 

รับวิเคราะห์ข้อมูล,รับวิเคราะห์SPSS, รับวิเคราะห์ EVIEW, รับวิเคราะห์ SAS, รับวิเคราะห์ STATA , รับวิเคราะห์ AMOS และ LISREL, เทคนิคการทำวิจัย รับทำวิจัย จ้างทำวิจัย ปรึกษาการรับทำวิทยานิพนธ์ ปรึกษาการทำดุษฎีนิพนธ์ รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS EVIEW STATA AMOS LISREL / การใช้งาน STATA, คู่มือ STATA, รับทำวิจัย STATA, รับวิเคราะห์ STATA, รับวิเคราะห์ข้อมูล STATA, โปรแกรม STATA, โปรแกรมSTATA

โปรแกรม STATA กับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่องานวิจัย 

Stata/SE 17 Government License เป็นโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลที่จัดอยู่ในประเภท โปรแกรมสำหรับองค์กร (Corporate Software) ทั้งองค์กรธุรกิจ และองค์กรรัฐ   โปรแกรมStata ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นสำหรับใช้วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในรูปตัวเลขสถิติทุกประเภท ทั้งข้อมูลจากการทดลอง ข้อมูลทุติยภูมิ แบบอนุกรมเวลา (Time Series Data) และข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากแบบสอบถาม (Questionnaire)  โดยโปรแกรม STATA ถูกออกแบบสำหรับการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การใช้งานโปรแกรมStata  ใช้ได้ทั้งกับการทำงานทั่วไป และการทำงานวิจัยต่างๆ  โดยจุดเด่นของโปรแกรม Stata คือ สามารถประมวลผลได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และครอบคลุมการทำงานและวิจัยทุกประเภท ทั้งงานวิจัยวิทยาศาสตร์ ด้านการแพทย์ บริหารธุรกิจ วิจัยทางการเงิน การตลาด พฤติกรรมศาสตร์ และงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ทุกสาขา

โปรแกรม Stata รับวิเคราะห์ Stata การวิเคราะห์ Stata

Stata เป็นโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติประสิทธิภาพสูง ตอบความต้องการ การทำงานวิจัย วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) การจัดการข้อมูล (Data Manipulation) การแสดงให้เห็นภาพของข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปแบบต่างๆ (Visualization) โดยที่โปรแกรมตัวนี้ เป็นผลงานการพัฒนาของ บริษัท StataCorp ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโปรแกรมด้านงานสถิติมายาวนานกว่า 30 ปี

สำหรับ โปรแกรม Stata ที่วางจำหน่ายและนิยมใช้งานมากในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้

1.  Stata /BE 17 Education License

โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ รุ่นเริ่มต้น (BE หรือ Basic Edition) สำหรับสถานศึกษา ลิขสิทธิ์โปรแกรมราคาถูก เพื่อการใช้งานใน โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษา โดยมีรายละเอียดดังนี้

● สำหรับตัวแปร (Variables) ในการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติได้สูงสุด 2,048 ตัว

● ค่าสังเกต (Observation) ได้สูงสุด 2.14 พันล้านตัว

● ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ได้สูงสุด 798 ตัว

2. Stata/SE 17 Business License

โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ รุ่นมาตรฐาน (SE หรือ Standard Edition) สำหรับองค์กรธุรกิจ รองรับงานด้านสถิติได้ยืดหยุ่นกว่า โปรแกรมในเวอร์ชัน BE โดยที่

● ตัวแปร (Variables) ในการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติได้สูงสุดถึง 32,767 ตัว

● ค่าสังเกต (Observation) ได้สูงสุด 2.14 พันล้านตัว

● ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ได้สูงสุด 10,998 ตัว

3. โปรแกรมStata/MP 17 Education License

โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ รุ่นหลายแกนประมวลผล (MP หรือ Multi Processors) สำหรับสถานศึกษา ลิขสิทธิ์โปรแกรมราคาถูก เพื่อการใช้งานใน โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษา ประสิทธิภาพการคำนวณด้านสถิติสูงกว่า และคำนวณได้เร็วกว่า โปรแกรมในเวอร์ชัน BE และ SE (ยิ่งใช้แกนประมวลผลจำนวนมากยิ่งทำงานได้เร็ว) สำหรับการใช้งานบนเครื่อง คอมพิวเตอร์/เซิร์ฟเวอร์ ที่มีหลาย แกนประมวล (Cores) หรือมีหน่วยประมวลผลหลายตัว (Processors) โดยมีเวอร์ชันโปรแกรมให้เลือกซื้อ ทั้งแบบ 2-core (สองแกนประมวลผล), 4-core (สี่แกนประมวลผล) และเวอร์ชัน >4 cores (ใช้ได้มากกว่า 4 แกนประมวลผล)

Stata คือโปรแกรมที่ช่วยให้นักวิจัยทำงานได้รวดเร็วขึ้น

โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล โปรแกรมสถิติ Stata ช่วยให้งานของนักวิจัย หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ง่ายขึ้นด้วยความสามารถในการสร้างแผนภูมิในรูปแบบภาพความละเอียดสูง ที่เหมาะสำหรับการนำไปเผยแพร่ผลงานวิจัยทางสถิติ สั่งงานเพื่อการสร้างภาพแผนภูมิที่เรากำหนดค่าเองได้ตามต้องการ สามารถเขียนสคริปต์เพื่อสร้างกราฟแบบอัตโนมัติได้นับร้อยรูปแบบ และสามารถทำซ้ำได้

โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล โปรแกรมสถิติ Stata รองรับการส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบของกราฟ ความละเอียดสูงในไฟล์รูปแบบ EPS หรือ TIFF ซึ่งเหมาะสำหรับการนำไปเผยแพร่งานวิจัย หรือ Export กราฟในฟอร์แมต PNG หรือ SVG เพื่อการเผยแพร่ผ่านเว็บ หรือไฟล์เอกสาร PDF เพื่อการเผยแพร่ในช่องทางทั่วๆ ไป  นอกจากนี้ Stata ยังมีเครื่องมือแก้ไขกราฟ (Graph Editor) ที่มีอยู่ใน โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล โปรแกรมสถิติ Stata จะเข้ามาช่วยทำให้เราสามารถปรับแต่งกราฟได้ในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม ชื่อกราฟ ใส่ข้อความโน้ต ใส่เส้น ลูกศร และเพิ่มข้อความต่างๆ ได้ตามต้องการ

ความสามารถของโปรแกรม Stata

STATA สามารถวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลได้อย่างหลากหลาย และครอบคลุมการวิเคราะห์และการทดสอบสมมติฐาน ดังต่อไปนี้

– Introduction to Market Research

– The Market Research Process

– Data

– Getting Data

– Descriptive Statistics

– Hypothesis Testing & ANOVA

– Regression Analysis

– Principal Component and Factor Analysis

– Cluster Analysis

– Communicating the Results

ตัวอย่างคำสั่ง : การสร้างกราฟจากข้อมูล ด้วยโปรแกรม Stata

1.คำสั่งนำเข้าข้อมูล

clear

input sales marketing research development

12 14 2 8

end

2.กำหนดป้ายชื่อให้กับแต่ละตัวแปร

label var sales “Sales”

“——–” market “Marketing”

“——–” research “Research”

“——–” develop “development”

3.สร้างกราฟด้วยคำสั่ง “graph pie “

graph pie sales marketing research development, plabel(_all name, size(*1.5) color(white)) legend(off) title(“Expenditures, XYZ Corp.”) subtitle(“2002”) note(“source: 2002 Financial Report”)

หลังจากการสร้างชุดคำสั่งนี้ในโปรแกรม Stata จะสามารถสร้างกราฟ สำหรับใช้ประกอบผลการวิเคราะห์ข้อมูลหรืองานวิจัย ซึ่งปัจจุบันเราสามารถทำกราฟสวย ๆ ได้ในทั้งโปรแกรม EXCEL โปรแกรมออนไลน์อีกมากมาย

อ้างอิง :

Credit: 

https://bit.ly/3SUnRAL
https://bit.ly/3bSxP51
https://bit.ly/3pidHfJ

#เรียนวิจัย #รับติวสอบ #รับปรึกษางานวิจัย #ทำdissertation #ทำthesis #ทำวิทยานิพนธ์ #ทำวิทยานิพนธ์ปตรี #ทำวิทยานิพนธ์ปโท #ทำวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนโปรแกรมSPSS #รับทำงานวิจัย #ที่ปรึกษางานวิจัย #รับทำดุษฎีนิพนธ์ #รับติววิทยานิพนธ์ #รับติวธีสิส #รับติวสารนิพนธ์ #รับติววิจัย #รับติวงานวิจัย #รับสอนวิทยานิพนธ์ #รับสอนธีสิส #รับสอนสารนิพนธ์ #รับสอนวิจัย #รับสอนงานวิจัย #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ #รับปรึกษาธีสิส #รับปรึกษาสารนิพนธ์ #รับปรึกษาวิจัย #รับปรึกษางานวิจัย #รับติววิทยานิพนธ์ปตรี #รับติววิทยานิพนธ์ปโท #รับติววิทยานิพนธ์ปเอก #รับสอนวิทยานิพนธ์ปตรี #รับสอนวิทยานิพนธ์ปโท #รับสอนวิทยานิพนธ์ปเอก #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปตรี #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปโท #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนทำวิจัย ##รับสอนดุษฎีนิพนธ์ #รับติวดุษฎีนิพนธ์ #รับปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ #ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ปรึกษาวิจัย #ปรึกษางานวิจัย #ทำวิจัยปโท #phdthesis #หัวข้อวิทยานิพนธ์ #รับทำdissertation #บริษัทรับทำวิจัย #รับเขียนบทความวิชาการ #thesiswriter #spssราคา #ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ทำวิจัยพยาบาล #รับปรึกษาวิจัย #ราคารับทำงานวิจัย

#รับทำวิจัยSTATA  #รับวิเคราะห์ข้อมูลSTATA  #รับทำSTATA  #รับแปลผลSTATA  #รับทำ#วิทยานิพนธ์STATA

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

ก่อนตัดสินใจต้องรู้ ข้อดีข้อเสียการเรียนปริญญาเอก

ถึงเพื่อนๆที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเรียนปริญญาเอกดีไหม? ลองมาดูข้อดีข้อเสียของการเรียนปริญญาเอกกันอีกสักครั้งก่อนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายนะคะ มันอาจทำให้อะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ “ข้อดี” 1. วิชาที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุณ เพื่อน ๆ จะได้เจาะลึกลงไปในขอบเขตที่ไม่คุ้นเคย จะได้ผลักดันตัวเองให้ลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์และอาจสร้างความแตกต่างได้ค่ะ มันเปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของความคิดตัวเอง ค้นคว้าและวิจัย เพื่อน ๆ จะเป็นคนที่ขยายขอบเขตความรู้ของมนุษย์ในเรื่องที่ศึกษา 2. มุมมองต่อโลก มุมมองของโลกที่เพื่อน ๆ เห็นจะเปลี่ยนไปตลอดกาลค่ะ

เทคนิคพรีเซนต์งานยังไงให้ดูเป็นมืออาชีพ

ทักษะการนำเสนอและพูดในที่สาธารณะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตของการทำงานเนื่องจากเรามักต้องพรีเซนต์งานหรือเรียนอยู่เสมอๆ และวันนี้เราได้รวบรวม 7 เทคนิคพรีเซนต์งานยังไงให้ดูเป็นมืออาชีพ มาให้คุณได้เตรียมพร้อมกัน เทคนิคเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของการนำเสนองานให้ดูมั่นใจและน่าเชื่อถือในการพูดต่อหน้าคนอื่นมากยิ่งขึ้น 1. เริ่มด้วย “ทำไม” วัตถุประสงค์ในการนำเสนอครั้งนี้คืออะไร คุณต้องการจะโน้มน้าวผู้ฟังให้เชื่อคุณเรื่องอะไร หรืออยากให้เขาทำอะไร และประโยชน์ที่ผู้ฟังจะได้รับจากคุณคืออะไร 2. ทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ฟัง การทำการบ้านเกี่ยวกับกลุ่มผู้ฟังก่อนเสมอ หากคุณรู้ว่าพวกเขาเชื่อและสนใจในสิ่งใดบ้าง มันจะเอื้อประโยชน์เป็นอย่างมากในการนำเสนอและโน้มน้าวผู้ฟัง และคุณสามารถปรับสไตล์การพูด คำพูดที่ใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังได้อีกด้วย 3. นำเสนอด้วยภาพและคงความเรียบง่าย ควรใช้ภาพเป็นสื่อในการนำเสนอข้อมูลแทนข้อความยาวๆและตัวเลขทางสถิติต่างๆ เพราะข้อมูลที่คุณต้องการนำเสนอนั้นจะเป็นที่จดจำมากกว่าหากเป็นภาพที่น่าสนใจ และควรหลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลที่มากเกินไป พยายามใช้ข้อความในแต่ละสไลด์ให้ กระชับและชัดเจน 4. บอกเล่าด้วยเรื่องราว และเป็นตัวเอง การพรีเซนต์งานด้วยข้อมูลหนักๆและตัวเลขทางสถิติอาจจะทำให้คุณดูมีความรู้แต่แน่นอนว่าอาจไม่มีใครจำสิ่งที่คุณพูดได้ ในทางกลับกัน การบอกเล่าด้วยเรื่องราว อารมณ์ และมุ่งเน้นความสนใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะทำให้ผู้ฟังจดจำได้ดีกว่า 5. ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมเสมอ หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “Practice makes perfect” กันมาแล้ว ฉะนั้นคุณควรฝึกซ้อมการพรีเซนต์ให้มากเท่าที่คุณทำได้ พร้อมทั้งทบทวนเนื้อหาและจดจำลับดับของสไลด์ให้ดี คุณอาจใช้วีดีโอบันทึกภาพขณะที่ฝึกซ้อมเอาไว้ เพื่อดูจุดบกพร่องและนำมาแก้ไขต่อไป นอกจากนั้นแล้ว คุณไม่ควรอ่านจากสไลด์หรือสคริปท์โดยตรง แต่ควรใช้เพียงโน๊ตสั้นๆและเล่าด้วยจังหวะที่เป็นธรรมชาติ 6. ลองใช้กฎ “10 นาที” ผู้ฟังอาจหมดความสนใจหากคุณพูดนานเกินไป ลองใช้กฎ “10 นาที” มาปรับใช้กับการพรีเซนต์งานของคุณ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนไม่ควรพูดนานเกิน 10 นาที จากนั้นอาจเว้นด้วยการให้รับชมภาพประกอบ หรือวีดีโอ แล้วจึงนำเสนอเนื้อหาในส่วนถัดไป 7. มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง หากคุณพูดเพียงคนเดียวเป็นเวลานานๆ ผู้ฟังอาจเกิดความเบื่อหน่ายได้ ฉะนั้นคุณอาจลองให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมโดยการเปิดโอกาสให้ออกความเห็นหรือตั้ง คำถามบ้าง เพื่อดึงสติผู้ฟัง และเช็กว่าผู้ฟังยังคงจดจ่ออยู่กับการนำเสนอของคุณ

เทคนิคแก้ภาวะ BURNOUT SYNDROME

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอปัญหานี้อย่างแน่นอน หรือถ้าใครไม่รู้ว่าอาการมันเป็นยังไงมาทำความรู้จักกัน BURNOUT SYNDROME ภาวะการหมดไฟคืออะไร? BURNOUT SYNDROME คือ ภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียด จนบางครั้งรู้สึกมีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เบื่อหน่าย ไม่หยิบจับทำอะไร รู้สึกสูญเสียพลังงานทางจิตใจ มองงานที่กำลังอยู่ในเชิงลบ ขาดความสุข สนุกในเนื้องาน หมดแรงจูงใจประสิทธิภาพการทำงานต่ำลง บางรายอาจรู้สึกเหินห่างจากเพื่อนร่วมงาน จนทำให้ความมีความรู้สึกหมดเรี่ยวแรงไม่อยากทำอะไร ไม่มีอารมณ์เขียนงานวิจัย พฤติกรรมที่จะทำให้เราเป็น BURNOUT SYNDROME  มันเป็นความอ่อนล้าทางอารมณ์ จิตใจ และร่างกายจากการที่เราต้องเผชิญหน้ากับงานที่หนักมากก และเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น

มุมมองการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยแนวคิด บัว 4 เหล่า

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินหลักคำสอนจากพระพุทธเจ้า เรื่อง บัว 4 เหล่า มาก่อน พระองค์ได้ทรงพิจารณาแล้วเห็นพระธรรมที่ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อนและยากต่อบุคคลทั่วไปจะเข้าใจ รับรู้ และสามารถปฏิบัติได้ พระองค์จึงทรงพิจารณาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง และพบว่าบุคคลทั้งหลายบนโลกใบนี้ มีหลากหลายจำพวก บางคนสามารถสอนธรรมให้บรรลุธรรมได้ง่าย บางคนอาจต้องได้รับการชี้แนะหรือฝึกฝน และบางคนก็สอนไม่ได้เลย ซึ่งความแตกต่างของแต่ละบุคคลเหล่านี้ พระพุทธเจ้าจึงได้นำมาเปรียบเทียบกับลักษณะของดอกบัว 4 เหล่า ซึ่งวันนี้เราจะมาไขข้อสังสัยกันว่าเราจัดอยู่ในกลุ่มไหน และหากอยากจะพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเรา วิธีไหนเหมาะสมที่สุด 1. อุคฆฏิตัญญู คือ