ป เอก หรือคำนำหน้าว่า ดร. คือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญของหลายๆ

ป เอก หรือคำนำหน้าว่า ดร. คือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญของหลายๆ คน มีนิสิตทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อให้บรรลุความฝันนั้นมากมาย หลายคนประสบความสำเร็จด้วยความราบรื่น และมีอีกหลายคนที่กว่าจะประสบความสำเร็จก็เสียหยาดเหงื่อและนำ้ตาไม่น้อย

ปัจจัยใดบ้างที่ช่วยให้เราบรรลุความสำเร็จนั้น

1) ตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างสม่ำเสมอ…หลายคนจะฮึกเฮิมเฉพาะบางช่วงเวลาที่สำคัญ พอผ่านพ้นเวลาสำคัญนั้นไป ก็เริ่มแผ่วและห่างหายไปอีก เริ่มต้นด้วยการทุ่มเทเรียนรายวิชาบังคับจนผ่าน ต่อด้วยความเครียดเพื่อเตรียมตัวสอบวัดคุณสมบัติ ป เอก พอสอบผ่าน ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอเวลาพักผ่อน หายใจ หายเครียด บางคนหายไปเป็นเทอม ลืมไปว่าต้องสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์

พอจะสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ก็มาอดหลับอดนอน นั่งเทียนเขียนบ้าง จินตนาการบ้าง อาจหาข้อมูลไม่ดี ไม่ครบทวน หรือเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่แคบเกินไป แต่ก็ทำเพื่อให้ผ่านพ้นการสอบหัวข้อไป หากใครได้คณะกรรมการสายโหด สายแข็ง และเข้าใจในงานที่ประเมิน ก็จะได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์ต่อไปในอนาคต แต่ถ้าใครได้คณะกรรมการที่อาจไม่เข้าใจในเนื้องานและปล่อยผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ก็อาจมีปัญหาในอนาคตได้เช่นกัน

พอสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์เสร็จ ก็พักเหนื่อยอีกรอบ หายไปอีกเป็นปี หรือหลายปี จะรู้ตัวอีกที ก็เทอมสุดท้าย พอเริ่มกลับมาทำวิทยานิพนธ์ อ้าว..หัวข้อเรื่องมันเก่าไปแล้ว มีคนทำไปหมดแล้ว ไม่เหลือประเด็นไหนให้ทำวิจัยเลย แล้วจะตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติได้อย่างไร ลำบากแล้วสิ อาจต้องมานั่งรื้อหัวข้อวิทยานิพนธ์ใหม่ ศึกษา ทำการทดลอง เก็บข้อมูลใหม่อีกรอบ

2) เลือกหัวข้อวิจัยที่สนใจและชอบ…เวลาค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วรู้สึกสนุก ตื่นเต้น เข้าใจ และสามารถจินตนาการต่อไปได้ว่าอยากเห็นอนาคตของประเด็นวิจัยเป็นอย่างไร เวลาที่ทำการทดลอง เก็บข้อมูลจะรู้สึกท้าทาย
หลายคนก็อาจเลือกที่ตัวอาจารย์ก่อน แล้วค่อยเลือกหัวข้อที่อาจารย์สนใจและปรับให้อยู่ในแนวทางที่ตัวเองชอบก็ได้เช่นกัน

3) หัวข้อต้องทันสมัยในแง่ของนานาชาติ เพราะต้องตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารนานาชาติ ปริญญาเอกต้องใช้เวลาอยู่กับหัวข้อนี้ไปอีก 3-5 ปี พอปีที่ 5 จะต้องจบแล้ว ปรากฏว่ามีคนทำเรื่องเดียวกับเราเลย หรือเรื่องก็ล้าสมัยไปแล้ว ดังนั้นเวลาคิดหัวข้อวิจัยควรคิดล่วงหน้าไปสัก 5 ปี อย่ามองที่ปัจจุบันว่ามีใครทำอะไรอยู้บ้างเท่านั้น

หลายคน review เพียงเปเปอร์ที่ตีพิมพ์แล้ว บางครั้งไม่เพียงพอ เพราะผลงานที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2016 อาจเป็นงานวิจัยที่ดำเนินการก่อนหน้านี้สัก 3 ปี แล้วก็ได้ นั้นหมายความว่าการต่อยอดจากเรื่องนั้น ก็อาจมีคนอื่นกำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน การแข่งขันจึงสูงมาก

4) ประเด็นการทำวิจัยตัองใหม่ ทันสมัย และมีประโยชน์และสามารถทำได้จริงในเชิงปฏิบัติ การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์ผลการทดลอง การสรุปผลการทดลองต้องถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย

5) พบอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ไม่มีความก้าวหน้า ก็ควรบอกให้ท่านทราบถึงสาเหตุ ไม่ใช่หายไปเฉยๆ บางครั้ง การกลัวที่ปรึกษาดุ แล้วยิ่งหายไป ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น ทำการทดลองไม่ได้ผล ก็ควรแจ้งให้ท่านทราบเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของนิสิต อาจเป็นปัญหาที่เล็กน้อยก็ได้เมื่อช่วยกันแก้ปัญหา

6) ฝึกการนำเสนอผลงานบ่อยๆ ฝึกเขียนบ่อยๆ เพราะการเขียนเชิงวิชาการ แตกต่างจากการเขียนในชีวิตประจำวันอย่างมาก การเขียนต้องมีเหตุมีผล ต้องมีการอ้างอิง ต้องมีการวิเคราะห์และสังเคราะห์

7) ฝึกการยอมรับความคิดเห็นที่ต่าง แล้วนำกลับมาแก้ไขให้งานที่ดีขึ้น ทุกความคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบก็มีประโยชน์ทั้งนั้น หลายคนที่ทิ้งผลการทดลองที่ล้มเหลวโดยไม่ได้มีการพิจารณาว่าความล้มเหลวเป็นผลมาจากอะไร หรือทำไมถึงผิดพลาด ในผลการทดลองที่ผิดพลาดหรือล้มเหลวอาจมีประเด็นที่มีประโยชน์ หรือ สิ่งที่ไม่คาดฝันแฝงอยู่ในนั้น อะไรที่เราคิดว่าไม่มีประโยชน์ แต่อาจมีประโยชน์ก็ได้เช่นกัน

8) ต้องมีจริยธรรมในการทำวิจัยด้วย ไม่ลอกงานคนอื่น ไม่จิตนาการผลการทดลองขึ้นมาจากความฝัน ไม่นำงานของคนอื่นมาเป็นของตน เวลาที่คนอื่นช่วยเราเราควรขอบคุณ

9) สำคัญที่สุดคือ มิตรภาพระหว่างการเรียนการทำวิทยานิพนธ์ในหมู่เพื่อน พี่น้องร่วมสถาบัน จะเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน ยิ่งให้ยิ่งได้รับ. การแข่งขันกัน เราอาจประสบความสำเร็จในวันนี้ แต่ไม่มีความสุข และอาจไม่ยั่งยืน

10) เมื่อสำเร็จแล้วควรเสริมสร้างความรู้ให้ทันสมัย และใช้ประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ ตนเอง และครอบครัว (ขอเพิ่มเติมข้อคิดเห็นที่ดีๆ จาก ดร. เอกชัย ภู่สละ ศิษย์เก่า TIP)

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย