PowerPoint เทคนิคการทำสไลด์ให้ดูดี

IMG_1200.JPG

ไม่ว่าจะเป็นงานประชุม งานเขียน งานขาย งานโฆษณานั้นล้วนต้องใช้ PowerPointในการพรีเซนต์ทั้งสิ้น  เวลาที่เราต้องทำการพรีเซนต์งานต่างๆ ทั้งตอนเมื่อสมัยเรียนจนมาถึงเวลาตอนทำงาน เราก็ยังคงใช้โปรแกรม PowerPoint ในการ Presentation กันอยู่ตลอดเวลา แต่รู้ไหมว่าการที่จะทำให้งานที่เราพรีเซนต์ออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่แค่เพียงตอนที่เรากำลังพูดนำเสนองานเท่านั้น แต่สไลด์งานบน PowerPoint ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้งานของเราน่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้อ่านให้คล้อยตามและยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่เรานำเสนอได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งเราก็มีเทคนิคการทำ PowerPoint ในการนำเสนอข้อมูลงานไม่ให้น่าเบื่อ ดูน่าสนใจ เข้าใจง่าย และดูมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นมาฝากกันค่ะ

ไม่ควรใส่ข้อความเกิน 6 บรรทัด

         ในแต่ละสไลด์ที่พรีเซนต์ถ้ามีตัวหนังสือเต็มหน้าไปหมด คงไม่น่าอ่านใช่มั้ยล่ะ การกะระยะและขนาดตัวหนังสือที่พอดี อ่านง่าย ชัดเจนจะทำให้สไลด์ดูดีมากยิ่งขึ้น

powerpoint

จุด Bullet เชยไปแล้ว

         ลองหลีกเลี่ยงการใช้จุด Bullet กันดีมั้ย เริ่มจากใส่หัวข้อสไลด์ที่ดึงดูดให้น่าสนใจด้วยรูปแบบต่างๆ และใส่ข้อความของเราแบบสไลด์ต่อสไลด์แทนการใช้จุด Bullet หลายๆ จุดกันดีกว่า

powerpoint

เลือกใช้แบบอักษรที่เหมาะสม

         การเลือกรูปแบบอักษรถือว่าเป็นสำคัญอย่างหนึ่ง ควรใช้แบบอักษรที่มาตรฐาน และถ้าหากเราใช้พื้นหลังเป็นสีดำ ข้อความก็ควรจะเป็นตัวหนาและเป็นสีที่ตัดกันเพื่อสะดวกในการอ่านมากขึ้น

powerpoint

ขนาดของตัวอักษร

เวลาดูในจอคอมพิวเตอร์ก็ดูพอดีแล้วนะ ทำไมเวลาขึ้นจอพรีเซนต์ทำไมมันเล็กจัง? หลายคนเจอปัญหานี้ วิธีแก้คือ เวลาที่เรากำหนดขนาดตัวอักษร จำไว้ว่าตัวอักษรที่พอดีคือขนาดที่คนหลังสุดของห้องสามารถอ่านได้ก็เพียงพอแล้ว
powerpoint

ความคมชัดระหว่างข้อความและพื้นหลัง

         หากภาพพื้นหลังของเราดูลายตา อาจจะทำให้คนอื่นมองไม่เห็นข้อความของเราก็ได้ เพื่อให้มองเห็นข้อความของเราชัดเจน พื้นหลังควรเป็นสีเรียบ ไม่ฉูดฉาด และสีของข้อความควรเป็นสีที่ตัดกับพื้นหลัง หรืออาจจะมีการเพิ่มลูกเล่นโดยการใส่กรอบข้อความเพื่อให้ข้อความดูโดดเด่นน่าสนใจมากขึ้น

powerpoint

ในแต่ละสไลด์ควรใช้ไม่เกิน 5 สี

Less is More บางครั้งการใช้สีมากเกินความจำเป็นอาจจะทำให้สไลด์ของเราดูรกตา แล้วดึงดูดความสนในจากเนื้อหาที่เราต้องการพรีเซนต์ เลือกใช้ความเข้มและอ่อนของข้อความเน้นความสำคัญเช่นหัวข้อ และเนื้อหาตามลำดับ 

powerpoint

เน้นข้อความโดยใช้สีตัดกัน

         เหมือนกับการทำข้อความให้เป็นตัวหนาหรือตัวเอียงนั่นแหละ แต่วิธีดีนี้มีข้อดีตรงที่ ถ้าเราเลือกใช้สีที่สะดุดตาและต้องเป็นสีที่ต่างจากข้อความปกติ สำหรับข้อความที่เราต้องการจะเน้น เปรียบเหมือนการทำไฮไลท์ข้อความ

powerpoint

รูปภาพช่วยสื่ออารมณ์

        ภาพประกอบจำเป็นมั้ยนะ เอาเป็นว่าการเลือกภาพมาประกอบกับข้อความของเราจะทำให้สไลด์ของเราดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และช่วยทำให้ผู้ชมเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อมากขึ้นอีกด้วย
Presentation Design 10

รูปเดียวก็เพียงพอ

         ในหนึ่งสไลด์ก็ไม่ควรใส่รูปภาพเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้ความสำคัญของแต่ละภาพลดลงและที่สำคัญคือความเชื่อมโยงระหว่างภาพที่ต้องคำนึงถึงด้วย การออกแบบที่ดีควรมีภาพเดียวต่อหนึ่งสไลด์และมีข้อความประกอบสักเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว

powerpoint

การมีสไลด์ที่ดูดีสวยงามถือเป็นสิ่งสำคัญมาก และนี้คือ เทคนิคการออกแบบ Power Point ดีๆ ที่นำมาฝากกัน ใครที่ต้องการจะออกแบบ Power Point แต่นึกไม่ออกว่าจะทำยังไง ก็ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปปรับใช้กันได้เลยCredit: https://visage.co/11-design-tips-beautiful-presentations/#modal-single-610

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย