8 ประเภท วิทยานิพนธ์ ที่พบบ่อยที่สุด

ในยุคนี้ ดูเหมือนว่าเพียงแค่วุฒิปริญญาตรีอาจไม่พอ หากคุณอยากเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานระดับสูงในประเทศไทย และหนทางที่คนส่วนใหญ่เลือกเดินก็คือการเรียนต่อเพิ่มเติม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท หรือ ปริญญาเอกต่อไป ในแต่ละคนก็จะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเรียนเพื่อครอบครัว เพื่อต่อยอดในสายงานอาชีพ เพื่ออัพเงินเดือน หรือเพียงเพียงอยากให้คนเรียกคุณว่าด็อกเตอร์ จะเห็นได้ว่าต่างคนต่างมีจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่แตกต่าง และในวันนี้เราจะพาพูดถึงสิ่งที่นักล่าปริญญาทุกคนต้องเจอเหมือนกัน นั่นก็คือ การทำวิทยานิพนธ์เพื่อจบการศึกษานั่นเอง หากคุณกำลังศึกษาปริญญาโทหรือเอกอยู่และใกล้จะจบแล้ว บทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดีให้กับคุณในการตัดสินใจเลือกทำวิทยานิพนธ์ให้กับคุณ

วิทยานิพนธ์คืออะไร

วิทยานิพนธ์, ปริญญานิพนธ์ หรือ ดุษฎีนิพนธ์ (อังกฤษ: thesis หรือ dissertation) เป็นเอกสารที่เขียนโดยนักวิจัย นักศึกษา หรือนักวิชาการ พรรณนาขั้นตอน วิธีการ และผลการศึกษาวิจัยที่ค้นคว้าวิจัยมาได้ โดยเขียนอย่างเป็นระบบ มีแบบแผน สำหรับนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิทยานิพนธ์เป็นเอกสารบังคับในการจบการศึกษา สำหรับนักวิจัยหรือนักวิชาการจะใช้เป็นเอกสารในการเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ

วิทยานิพนธ์การวิจัยเป็นงานเขียนอย่างกว้างขวางโดยมีการสำรวจเชิงลึกในปรากฏการณ์ปรากฏการณ์ปัญหาหรือคำถามโดยมีจุดประสงค์ในการแก้หรือตอบผ่านวิธีการของวิธีการทางทฤษฎีหรือปฏิบัติ ในวิทยานิพนธ์จะมีการเปิดมุมมองข้อโต้แย้งและการสนับสนุนที่สนับสนุนแนวคิดของนักวิจัยเกี่ยวกับแนวทาง การสืบสวนอาจเกี่ยวข้องกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลหลักโดยใช้กลยุทธ์การเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่จะต้องมีการใช้การวิเคราะห์และการประเมินข้อมูลและข้อมูลที่เผยแพร่ไปแล้วหรือสิ่งที่เรียกว่าแหล่งข้อมูลทุติยภูมิวันนี้เราจะมาแชร์ 8 ประเภท วิทยานิพนธ์ ที่พบบ่อยที่สุด มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

  1. การวิจัยเอกสาร

เป็นประเภทของการวิจัยที่ใช้แหล่งข้อมูลบรรณานุกรมและเอกสารเป็นหลักเพื่อสนับสนุนมุมมองของนักวิจัยในวิทยานิพนธ์ นอกจากนี้ยังขยายและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเฉพาะที่กำลังทำการวิจัย ซึ่งวิทยานิพนธ์ประเภทนี้ไม่ใช่เชิงประจักษ์และสนับสนุนงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ วัสดุบางส่วนที่ใช้เป็นแหล่งที่มาคือนิตยสารหนังสือพิมพ์เอกสารทางการและสิ่งพิมพ์ใบรับรองสื่อโสตทัศน์ข้อความบนอินเทอร์เน็ตสารานุกรมหนังสือและอื่น ๆ จะแตกต่างจากแบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์วัสดุสารคดีถูกรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนวิทยานิพนธ์ ดังนั้นคุณภาพและคุณค่าของแหล่งข้อมูลจึงถูกวิเคราะห์ตามเกณฑ์ของความถูกต้องความน่าเชื่อถือความซื่อสัตย์ความเกี่ยวข้องและบริบท

  1. การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์

เป็นงานวิจัยที่รวบรวมหลักฐานกระบวนการเพื่อกำหนดแนวคิดเกี่ยวกับอดีต ด้วยวิธีการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีตเพื่อเสนอการสร้างประวัติศาสตร์ที่ดีขึ้น การใช้แหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ค่อนข้างใช้กันทั่วไปสำหรับการทำให้เกิดวิทยานิพนธ์ประเภทนี้ แต่นั่นจะทำให้สารคดีสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามการใช้แหล่งข้อมูลหลักเปลี่ยนแปลงลักษณะของการวิจัยนี้อย่างสมบูรณ์ แหล่งที่มาหลักจะเป็นคนที่เป็นพยานในเรื่องหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขียนในเวลาเดียวกันโดยพยานของเรื่อง (ไดอารี่, ภาพถ่าย, วิดีโอ, ไฟล์เสียง, อื่น ๆ ).

  1. การวิจัยภาคสนาม

มันเป็นประเภทของการวิจัยที่ข้อมูลหรือข้อมูลที่จำเป็นในการสนับสนุนวิทยานิพนธ์ที่ได้รับโดยตรงจากวัตถุประสงค์ของการศึกษาหรือจากตัวแทนที่เกี่ยวข้อง กล่าวอีกนัยหนึ่งนอกห้องปฏิบัติการห้องสมุดหรือสำนักงาน สิ่งที่ทำให้ประจักษ์ มันมุ่งเน้นไปที่การทำหรือผลิตแทนเพียงแค่การสะท้อนหรือการให้เหตุผล อย่างไรก็ตามโควต้าของแหล่งบรรณานุกรมมักจะจำเป็นที่จะต้องบริบทงานวิจัยผ่านกรอบทฤษฎีหรืออ้างอิง ทิศทางเริ่มต้นของวิทยานิพนธ์จะขึ้นอยู่กับการสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับคนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ หรือสิ่งต่าง ๆ ในวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะสังเกตสัตว์พืชหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเพื่อรับข้อมูล ในสังคมศาสตร์การสัมภาษณ์และแบบสอบถามมักจะถูกนำไปใช้.

  1. การวิจัยเชิงทดลอง

การวิจัยประเภทนี้รวมถึงการจัดทำสถานการณ์ควบคุมหรือกึ่งควบคุมซึ่งผู้วิจัยใช้ตัวแปรหนึ่งตัวหรือมากกว่าเพื่อค้นหาผลลัพธ์ที่ต้องการ กระบวนการทั้งหมดจะสร้างข้อมูลที่จะตอบปัญหา ห้องปฏิบัติการเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในการทำการทดลอง แต่นอกนั้นคุณยังสามารถทำการทดลองได้ตราบใดที่นักวิจัยใช้สิ่งที่สร้างคำตอบ (อะไรก็ได้) ในองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง.

  1. การวิจัยเชิงพรรณนา

เป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นลักษณะที่สังเกตได้และเป็นปัจจุบันของกลุ่มคนหรือปรากฏการณ์โดยไม่มีการควบคุมตัวแปรใด ๆ ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและระบุคุณสมบัติพฤติกรรมและคุณสมบัติเท่านั้นไม่ใช่การวิเคราะห์ มันทำหน้าที่ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและชี้แจงสถานการณ์หรือปัญหาที่เฉพาะเจาะจงผ่านการรวบรวมข้อมูลทั้งโดยการสังเกตและโดยการสำรวจและการสัมภาษณ์ เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลการตอบสนองต่อปัญหาจึงไม่สามารถพิสูจน์ได้และมีแนวโน้มที่จะลำเอียง.

  1. การวิจัยเชิงวิเคราะห์

เป็นประเภทของวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์และวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับการประเมินข้อเท็จจริงข้อมูลหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องของการวิจัยในกระบวนการ มันอาจรวมถึงขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล มิฉะนั้นคุณสามารถใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากวิทยานิพนธ์ประเภทอื่นเช่นคำอธิบาย กรณีสุดท้ายนี้เป็นเรื่องธรรมดามากที่จะรักษาวิทยานิพนธ์การวิเคราะห์ที่เป็นอิสระจากแหล่งที่มาและรับประกันความน่าเชื่อถือที่มากขึ้น.

  1. โครงการที่เป็นไปได้

มันเป็นประเภทของการวิจัยเชิงปฏิบัติที่มีการเสนอข้อเสนอความคิดในการตอบสนองต่อปัญหาในทางปฏิบัติ ข้อเสนอนี้นำเสนอรูปแบบที่ในทางทฤษฎีสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในบริบทของการศึกษาวิจัย 

ผลของวิทยานิพนธ์เป็นข้อเสนอของตัวเองพร้อมทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการประยุกต์ใช้: การออกแบบวัสดุหรือเครื่องมือวัสดุและเครื่องมือที่เตรียมไว้แล้วคำแนะนำวิธีการหรือสิ่งที่ผู้วิจัยพิจารณาแล้วเกี่ยวข้องและจำเป็น สุดท้ายโครงการที่เป็นไปได้ไม่จำเป็นต้องรวมถึงการประยุกต์ใช้ข้อเสนอ

  1. โครงการพิเศษ

เป็นประเภทของวิทยานิพนธ์ที่ใช้รูปแบบหรือข้อเสนอโดยตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นในการวิจัย มักจะเป็นความต่อเนื่องของวิทยานิพนธ์ประเภทโครงการที่เป็นไปได้ซึ่งรูปแบบที่ไม่เคยใช้บนเวทีและที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งส่วนทางทฤษฎีและการวิเคราะห์ปัญหารวมถึงคำอธิบายของการประยุกต์ใช้แบบจำลองและการรวบรวมข้อมูลที่ตามมาตามสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างและหลังการใช้งานดังกล่าว

หากคุณชอบเนื้อหาเกี่ยวกับงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ หรือต้องการความช่วยเหลือเรื่องงานวิจัยทุกรูปแบบสามารถปรึกษาได้ที่ https://www.researcherthailand.co.th/ และ https://thesis4u2000.com ได้เลยครับ


Source: https://th.thpanorama.com/

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย