7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานให้ปัง

การนำเสนอผลงานในรูปแบบพรีเซนต์ทั้งช่วงวัยเรียนจนมาถึงช่วงทำงาน ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนจนสามารถสร้างสรรค์และนำเสนอพรีเซนต์ให้น่าสนใจและเข้าใจในสิ่งที่นำเสนอ หากคุณต้องการพรีเซนต์แบบมืออาชีพที่ทั้งโดดเด่นและเปี่ยมด้วยความหมาย วันนี้ แมนพาวเวอร์ รวบรวม 7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานให้ปัง พร้อมพิชิตใจเจ้านายและลูกค้า ให้คุณได้เรียนรู้ พร้อมเตรียมพร้อมก่อนสู่สนามพรีเซนต์จริง

1. เริ่มด้วยการตั้งโจทย์

ในการนำเสนอผลงานโดยต้องกำหนดและวางเป้าหมาย พร้อมวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน รวมทั้งข้อดีและประโยชน์ของการจัดทำผลงานนี้ เพราะคนส่วนใหญ่อาจไม่สนใจว่าคุณทำอะไร แต่อาจสนใจว่าคุณ ทำเพราะอะไร และมีประโยชน์อย่างไร

2. ทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ฟัง

โดยการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มผู้ฟังและทำความรู้จักให้มากที่สุด เพื่อจะได้เอื้อประโยชน์ในการนำเสนอและโน้มน้าวผู้ฟัง หากคุณรู้ว่าพวกเขาเชื่อและสนใจในสิ่งใดบ้างจะทำให้การพรีเซนต์มีชัยไปกว่าครึ่ง รวมถึงสไตล์การพูดต้องเลือกปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังเพราะวัยต่างกันภาษาและสไตล์การพูดจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ

3. นำเสนอด้วยภาพให้เข้าใจได้ง่ายและคงความเรียบง่าย

ในการเลือกภาพเพื่อเป็นสื่อในการนำเสนอข้อมูลแทนข้อความและตัวเลขทางสถิติต่างๆ เพราะข้อมูลที่คุณต้องการนำเสนอนั้นจะต้องเป็นที่จดจำให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากเลือกใช้ภาพที่สื่อความได้ดีและน่าสนใจจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจและจำได้ นอกจากนี้ควรเลี่ยงการใส่ข้อมูลที่จำนวนมากเกินไป และควรใส่ข้อความในแต่ละสไลด์ให้กระชับและชัดเจน

4. บอกเล่าด้วยเรื่องราว

การพรีเซนต์งานแล้วใส่ข้อมูลและตัวเลขจำนวนมากอาจจะทำให้ดูว่ามีการหาข้อมูลและความรู้ แต่อาจจะไม่มีใครจดจำสิ่งที่คุณพูดได้ ซึ่งในทางตรงกันข้ามการบอกเล่าด้วยเรื่องราวและเน้นความสนใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะทำให้ผู้ฟังจดจำได้ดีกว่า นอกจากนี้ในการพรีเซนต์คุณไม่ควรอ่านจากสไลด์หรือสคริปท์โดยตรง แต่ควรทำโน้ตสั้นๆ เพื่อช่วยให้จำเนื้อหาที่จะพรีเซนต์และพูดอย่างเป็นธรรมชาติไม่ใช่การท่อง

5. ฝึกพรีเซนต์เพื่อเตรียมความพร้อม

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “Practice makes perfect” กันมาแล้ว ฉะนั้นคุณควรฝึกซ้อมการพรีเซนต์ให้คล่องและจดจำรายละเอียดอย่างเข้าใจ พร้อมทั้งทบทวนเนื้อหาและจดจำลำดับเนื้อหาในสไลด์ให้ดี ซึ่งคุณอาจใช้วีดีโอบันทึกภาพขณะทำการฝึกซ้อม แล้วนำมาดูทบทวนและเช็คข้อบกพร่อง พร้อมนำมาปรับแก้ไขให้ดีในวันพรีเซนต์ ในกรณีที่คุณต้องพูดคนเดียวนานๆ ผู้ฟังอาจเบื่อหน่ายลองให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมกับงานพรีเซนต์ดูบ้าง เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง เช่นการเปิดโอกาสให้ออกความคิดเห็น หรือ ตั้งคำถามบ้าง

6. ลองใช้กฎ “10 นาที

ผู้ฟังอาจหมดความสนใจหากคุณพูดนานเกินไป ลองนำกฎ “10 นาที” มาปรับใช้กับการพรีเซนต์งานของคุณ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนไม่ควรพูดนานเกิน 10 นาที จากนั้นอาจเว้นด้วยการให้รับชมภาพประกอบ หรือวีดีโอ แล้วจึงนำเสนอเนื้อหาในส่วนถัดไป

7. การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง

เมื่อถึงเวลาที่ต้องพรีเซนต์ หากคุณต้องพูดคนเดียวนานๆ ผู้ฟังอาจเบื่อหน่าย ลองให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมกับงานพรีเซนต์ดูบ้าง เพื่อสร้างปฎิสัมพันธ์กับผู้ฟัง เช่นการเปิดโอกาสให้ออกความคิดเห็น หรือ ตั้งคำถามบ้าง

สำหรับเทคนิคทั้ง 7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานให้ปัง ที่จะช่วยให้การพรีเซนต์งานของคุณมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การฝึกฝนและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาจะช่วยพัฒนาด้านการพรีเซนต์ของคุณให้ดูมีเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น

Credit: https://bit.ly/3i6cogo

#เรียนวิจัย #รับติวสอบ #รับปรึกษางานวิจัย #ทำdissertation #ทำthesis #ทำวิทยานิพนธ์ #ทำวิทยานิพนธ์ปตรี #ทำวิทยานิพนธ์ปโท #ทำวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนโปรแกรมSPSS #รับทำงานวิจัย #ที่ปรึกษางานวิจัย #รับทำดุษฎีนิพนธ์ #รับติววิทยานิพนธ์ #รับติวธีสิส #รับติวสารนิพนธ์ #รับติววิจัย #รับติวงานวิจัย #รับสอนวิทยานิพนธ์ #รับสอนธีสิส #รับสอนสารนิพนธ์ #รับสอนวิจัย #รับสอนงานวิจัย #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ #รับปรึกษาธีสิส #รับปรึกษาสารนิพนธ์ #รับปรึกษาวิจัย #รับปรึกษางานวิจัย #รับติววิทยานิพนธ์ปตรี #รับติววิทยานิพนธ์ปโท #รับติววิทยานิพนธ์ปเอก #รับสอนวิทยานิพนธ์ปตรี #รับสอนวิทยานิพนธ์ปโท #รับสอนวิทยานิพนธ์ปเอก #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปตรี #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปโท #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ปเอก #สอนทำวิจัย ##รับสอนดุษฎีนิพนธ์ #รับติวดุษฎีนิพนธ์ #รับปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ #ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ปรึกษาวิจัย #ปรึกษางานวิจัย #ทำวิจัยปโท #phdthesis #หัวข้อวิทยานิพนธ์ #รับทำdissertation #บริษัทรับทำวิจัย #รับเขียนบทความวิชาการ #thesiswriter #spssราคา #ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ #ทำวิจัยพยาบาล #รับปรึกษาวิจัย #ราคารับทำงานวิจัย

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย