7 ขั้นตอน เขียนวิทยานิพนธ์บทที่ 1 ให้ผ่านฉลุย !

การเขียนบทที่ 1 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำวิทยานิพนธ์ มีหลักการว่าวิทยานิพนธ์ที่ทำมีความสำคัญและปัญหาอย่างไรถึงต้องทำเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องนี้ การแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ชัดเจน มีส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนี้ ภูมิหลัง จุดมุ่งหมายของการวิจัย ความสำคัญของวิจัย กรอบแนวคิด ขอบเขตของงานวิจัย ท่านจะสามารถนำ 7 ขั้นตอน เขียนวิทยานิพนธ์บทที่ 1 ให้ผ่านฉลุย ดังต่อไปนี้ไปประยุกต์ใช้ได้

1. การเขียนภูมิหลังที่ดี

ภูมิหลังจะทำหน้าที่แนะนำให้ผู้อ่านงานได้รู้ความเป็นมา หลักเหตุผล ความสำคัญ และปัญหาของวิทยานิพนธ์ เป็นการตอบคำถามที่ว่าทำไมถึงทำเรื่องนี้ขึ้นมา โดยทั่วไปจะเขียนประมาณ 3-5 หน้า และจะมีย่อหน้าไม่เกิน 7 ย่อหน้า ให้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับชื่อเรื่องที่ทำ ต้องชี้ถึงปัญหาความสำคัญชัดเจน ชี้ถึงแนวโน้มในอนาคต ภูมิหลังที่ดีต้องอยู่ในกรอบของวิจัย ให้ภาษาที่ถูกต้องในการเขียน การเขียนภูมิหลังไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัวของแค่ความชัดเจนสั้นได้ใจความที่สำคัญชี้ถึงปัญหา และให้อยู่ในกรอบของการวิจัยที่ตั้งไว้

2. การเขียนวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของงานวิจัย

การตั้งจุดมุ่งหมายจะตั้งเป็นข้อหรือไม่เป็นข้อก็ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะทำการศึกษา จุดมุ่งหมายของงานวิจัยมาจากเรื่อง และตัวแปรของการวิจัยเอามาตั้งเป็นจุดมุ่งหมาย ส่วนให้การตั้งจุดมุ่งหมายจะขึ้นต้นด้วยคำว่า “เพื่อ…” แล้วตามด้วยชื่อวิจัย การตั้งจุดมุ่งหมายต้องมีความชัดเจนเข้าใจง่ายไม่ซ้ำซ้อน เป็นประโยคบอกเล่า สามารถตรวจสอบหรือทดสอบได้ และมีความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นหรือหัวข้อจุดมุ่งหมายของวิจัย

3. การเขียนความสำคัญของการวิจัย

เป็นตัวที่บ่งชี้ว่าหลังจากที่ทำเสร็จแล้วจะได้อะไรจากงานบ้าง ความสำคัญของการวิจัยเป็นผลที่คาดว่าจะได้รับ อยู่ในขอบเขตไม่ควรอ้างความสำคัญของการวิจัยเกินขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาเขียนความสำคัญให้ชัดเจน และสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย

4. กรอบแนวคิดของการวิจัย

ถือว่ามีความสำคัญหรือไม่มีก็ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องที่จะศึกษา และประเภทของงานวิจัย กรอบแนวคิดต้องระบุว่ามีตัวแปรอะไรบ้าง และตัวแปรแต่ละอย่างที่เลือกมาศึกษาจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และแต่ละตัวแปรที่เลือกมาศึกษาจะต้องมีพื้นฐานทางทฤษฏีความมีเหตุมีผล หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราจะศึกษา

5. ขอบเขตของการวิจัย

เป็นการระบุว่าวิจัยนั้นจะทำในเรื่องอะไร มีขอบเขตที่กว้างหรือแคบ จะทำการศึกษากับใคร จะมีส่วนประกอบย่อยได้แก่ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เนื้อหาที่ใช้ส่วนใหญ่จะพบอยู่ในการวิจัยเชิงทดลอง ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยจะแบ่งเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนจบใช้เวลาเท่าไร

6. สมมติฐานของการวิจัย

จะเป็นกล่าวถึงข้อสันนิฐานคาดคะเนผลการวิจัยนั้นว่าค้นพบอย่างไร เขียนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย กำหนดทิศทางของความสัมพันธ์ที่ชัดเจนไม่ควรเขียนในรูปของสมมติฐานสามารถทดสอบได้เขียนจากหลักการและเหตุผล และยังคงใช้ภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และรัดกุม

7. นิยามศัพท์เฉพาะ

มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะผู้ที่วิจัยไม่สามารถที่จะอธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ การให้คำอธิบายที่จำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เลือกตัวแปรที่เกี่ยวข้องเน้นให้ผู้อ่านเข้าใจ สามารถเลือกใช้งานที่เหมาะสม ถ้ายกมาจากบุคคลอื่นควรที่จะใส่อ้างอิงถึง และต้องเขียนศัพท์ภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย

และนี่คือ 7 ขั้นตอน เขียนวิทยานิพนธ์บทที่ 1 ให้ผ่านฉลุย หากทำตามวิธีที่บอกไว้ข้างต้นก็จะเป็นการเริ่มต้นการเขียนวิทยานิพนธ์บทที่ 1ได้อย่างรวดเร็วถูกต้องแม่นยำ สามารถประยุกต์ใช้กับงานวิจัยที่เขียนทำให้เขียนบทที่ 1 เป็นเรื่องที่ง่ายและผ่านฉลุยขึ้นมาทันที

Credit: https://bit.ly/33EciZp

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

ความสำคัญของการทำวิจัย 5 ข้อ ที่คุณไม่เคยรู้

ความสำคัญของการทำวิจัยนั่นเรียบง่ายกว่าที่เราส่วนใหญ่คิดและหัวใจหลักของการทำวิจัยคือ “วิจัยเพื่อดับทุกข์” ก่อนอื่นเลยเราต้องลองนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้จากอดีตจนถึงปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆเทคโนโลยีใหม่ๆที่เราได้เห็นได้ใช้ในทุกวันนี้มันก็เกิดมาจากความสงสัยของใครสักคนที่รู้จักการตั้งคำถามแล้วนำไปสู่การคิดการค้นหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดในตอนนั้นหรือที่เราเรียกว่าการทำวิจัยนั่นแหละค่ะถ้าเทียบกับทางพระพุทธศาสนางานวิจัยก็เปรียบเสมือน “หนทางดับทุกข์” ทำแล้วช่วยให้คลายปัญหาคลายข้อสงสัยและสุดท้ายเมื่อปัญหาถูกแก้สิ่งใหม่ๆก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ในที่สุด  แล้วเคยสงสัยค่ะว่าภาครัฐจะออกนโยบายทางการศึกษาหรือทำวิจัยไปเพื่ออะไรทำไมต้องทำและวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆกันกับความสำคัญของการทำวิจัย 5 ข้อที่คุณไม่เคยรู้ดังนี้ 1. ทำวิจัยเพื่อตอบข้อสงสัยของเรา ในชีวิตปกติของเราได้ผ่านการทำวิจัยกันมาแล้วไม่ว่าจะซื้อบ้านซื้อของแต่งงานซื้อรถล้วนแล้วผ่านการทำการสืบค้นหาทางเลือกมาแล้วทั้งนั้นแถมยังมีการเปรียบเทียบต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเราทำวิจัยเพื่อตอบสนองความสงสัยใคร่รู้ของเรานั่นเอง 2. ทำวิจัยเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ต้องยอมรับค่ะว่าปัจจุบันนี้มีวิทยาการใหม่ๆเพิ่มพูนเกิดขึ้นเยอะมากทั้งด้านทฤษฎีและปฎิบัติดังนั้นจึงต้องมีการทำการวิจัยเพื่อเกิดความเข้าใจปัญหาเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์จะช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยุติธรรมขึ้นแถมยังทำให้เราเข้าใจและทำนายปรากฎการณ์และพฤติกรรมต่างๆได้อีก  3. ทำวิจัยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ กระตุ้นให้มีเหตุผลรู้จักคิดและค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์มีความอยากรู้อยากเห็นอยากทราบเหตุผลและปรากฏการณ์ของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจึงทำการวิจัยเพื่อค้นหาคำตอบสิ่งใดที่พอรู้อยู่บ้างก็ทำให้รู้และเข้าใจดียิ่งขึ้นเป็นการเพิ่มพูนวิทยาการให้กว้างขวางลึกซึ้ง  4. ทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหา เพื่อนำผลที่ได้จากการวิจัยไปวางแผนหรือกำหนดวิธีการในการควบคุมสิ่งต่างๆให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่นการวิจัยหาสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนตกต่างเมื่อพบสาเหตุก็สามารถหาทางควบคุมหรือป้องกันได้ 5. ทำวิจัยเกิดสิ่งใหม่ๆ เป็นการศึกษาค้นคว้าเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครศึกษามาก่อนแล้วนำมาพัฒนาตอบสนองให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นอย่างเช่นคอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ทซึ่งเกิดจากแนวคิดนำเอาเทคโนโลยีมาผสมผสานรวมกันจนมีให้เราได้ติดต่อสื่อสารกันอย่างทุกวันนี้และทั้งหมดนี้ก็คือประโยชน์ของการวิจัยคงจะพอหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมค่ะเมื่อหายสงสัยแล้วมาเริ่มผจญภัยทำความเข้าใจกับงานวิจัยกันต่อเลยค่ะ และทั้งหมดนี้ก็คือความสำคัญของการทำวิจัย 5

6 ประโยชน์ที่ได้จากการว่าจ้างทำวิจัย

“หากจ้างทำงานวิจัย แล้วผู้วิจัยจะได้ประโยชน์อะไรจากงานวิจัย?” เป็นข้อคำถามที่ผู้วิจัย หรือผู้เรียนหลายๆ ท่าน กำลังลังเลว่า ถ้าหากตัดสินใจว่าจ้างบริษัททำงานวิจัย งานวิทยานิพนธ์ หรืองานดุษฎีนิพนธ์ นั้น ผู้วิจัยหรือผู้เรียนจะได้อะไรจากการว่าจ้างทำงานวิจัยบ้าง… ซึ่งในบทความต่อไปนี้ ทางเรามี 6 ประโยชน์ที่ได้ จากการว่าจ้างทำวิจัย มาแนะนำให้คุณเป็นแนวทางเพื่อใช้ในการตัดสินใจ สำหรับการว่าจ้างทำงานวิจัยดังนี้  1. ช่วยลดต้นทุนการทำงานวิจัย เนื่องด้วย บริษัทรับทำวิจัยนั้นมีทีมงานที่มีความชำนาญเป็นมืออาชีพ รวมถึงเครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการคำนวณ วิเคราะห์แปลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพในการแสดงผลที่เที่ยงตรง มีแหล่งฐานข้อมูลที่ใช้ในการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

3 สิ่งที่ต้องรู้เพื่อทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ

การทํางานวิทยานิพนธ์แต่ละครั้ง สิ่งจําเป็นที่ผู้วิทยานิพนธ์ส่วนใหญ่ต้องคำนึงเป็นสิ่งสำคัญ มี 3 ปัจจัย คือ  1. ควรเลือกหัวข้อเรื่องงานวิทยานิพนธ์ที่ตนเองถนัด หัวข้อเรื่องงานวิทยานิพนธ์ เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มพิจารณาเป็นอันดับแรก เนื่องจาก การเลือกสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือสนใจนั้น จะทำให้ผู้วิจัยสามารถทำการค้นคว้าบนพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจของตนเองได้เป็นอย่างดี แต่… มีหลายครั้งหรือหลายกรณีที่ผู้วิทยานิพนธ์ได้ทำหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่ตนเองไม่ถนัด  สาเหตุมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ เพราะสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ กับสิ่งที่ตนเองสนใจนั้น ไม่สอดคล้อง หรือว่ามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จีงอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของงานวิทยานิพนธ์ได้  ฉะนั้น หากจะทํางานวิทยานิพนธ์ให้สําเร็จ จําเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานความรู้

10  คำถามเช็กตัวเองก่อนตัดสินใจเรียนต่อเมืองนอก

การไปเรียนต่อเมืองนอกนั้นก็เป็นความฝันของใครหลายๆ คน แต่จะมั่นใจใน ‘ความพร้อม’ ของตัวเองได้ยังไง เพราะการไปเรียนต่อก็เหมือนการไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ สักที และไม่ได้ไปแบบระยะสั้น ดังนั้นการโยกย้ายครั้งนี้จึงสร้างความเปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตทั้งภายในและภายนอก วันนี้ Researcher Thailand เลยนำ 10  คำถามเช็กตัวเองก่อนตัดสินใจเรียนต่อเมืองนอก เพื่อสำรวจตัวเองคร่าวๆ ว่าตัวเองพร้อมไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วหรือยัง 1. อยากไปเรียนต่อหรือไปเมืองนอก?      บางครั้งเราอาจอยากหนีชีวิตปัจจุบันไปไกลๆ การเรียนต่อก็เป็นหนึ่งในวิธีหนีที่ดี อาจเป็นเพราะเบื่องานประจำ เบื่อสภาพแวดล้อมเดิมๆ