5 เทคนิค เรียนให้เข้าใจในครั้งเดียว

คุณเคยมีประสบการณ์เหล่านี้ไหม เรียนไม่รู้เรื่อง เรียนไม่เข้าใจ สุดท้ายก็กลับมาเรียนใหม่หลายๆรอบ หรือเสียเงินเรียนพิเศษตอนใกล้สอบเพราะไม่เข้าใจที่อาจารย์สอน หากมี จะดีกว่ามั้ยหากคุณสามารถแก้ปัญหาอย่างที่กล่าวมาได้เพียงนำ 5 เทคนิค เรียนให้เข้าใจในครั้งเดียว เทคนิคง่ายๆนี้มีอะไรบ้างไปดูกัน

1. นอนให้พอ

แต่ละคนมีความต้องการในการนอนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยแล้วควรน้อยอย่างน้อย 6 – 8 ชม. คุณนอนยังไงก็ให้พออย่างสม่ำเสมอ เพราะมันส่งผลโดยตรงกับประสิทธิภาพในการเรียนรู้ เมื่อก็พร้อม คุณก็จะโฟกัสได้ดีขึ้นและไม่รู้สึกง่วงระหว่างเรียน

2. ทำความเข้าใจเรื่องที่จะเรียนมาล่วงหน้า

เรื่องนี้สำคัญมาก บางครั้งเนื้อหาที่คุณเรียนอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่คุณไม่มีพื้นฐานในหัวเลย มันจะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น และคุณจะรู้ว่าจุดไหนที่ตัวเองไม่เข้าใจ และตั้งคำถามถูกว่างงเรื่องไหน ไม่เชื่อลองดูเลยครับ


3. ตั้งใจเรียน จับประเด็นสำคัญ กล้าถาม

หากคุณทำตามนี้ คุณจะเข้าใจบทเรียนอย่างถ่องแท้จริงๆ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูสับซ่อน แต่ถ้าคุณจับประเด็นได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปอีกต่อไป และสิ่งสำคัญที่สุด กล้าถาม อย่าไปกลัวว่าจะถูกมองว่าโง่ ไม่เข้าใจ เพราะเมื่อเราถาม เราจะโง่อีกแปปเดียว แล้วฉลาดขึ้นทันทีหลังจากได้คำถาม แต่หากเราไม่ยอมถาม คุณจะโง่ตลอดไป

4. จดบันทึกในรูปแบบภาพ

บางคนจดทุกอย่างที่อาจารย์พูด แต่ท้ายคาบปรากฏว่าไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะมัวแต่ตั้งใจจดคำพูดอาจารย์ในแบบตัวอักษร หากคุณจับประเด็นสำคัญและเขียนในรูปแบบของ Mind Mapping หรือภาพวาด คุณจะจำได้ดีขึ้น เพราะสมองเขาสอบจำเป็นภาพมกากกว่าในรูปแบบตัวอักษร

5. นำไปใช้ทันที หรือสอนคนอื่น

เรื่องนี้ง่ายและเป็นตัววัดผลที่ชัดเจนที่สุดแล้วว่าคุณเข้าใจสิ่งที่เรียนมาอย่างถ่องแท้แค่ไหน บางทีคุณอาจจะเข้าใจตอนเรียน แต่พอนำมาปฏิบัติจริงๆในภายหลัง คุณอาจจะทำไม่ได้ ทำเป็นเป็น เพราะว่าคุณอาจจะหลงลืมไปบางส่วน หรือไม่มั่นใจในสิ่งที่เรียนมา แต่การที่คุณนำไปใช้ทันที เช่น คุณเรียนหลักการทำวิจัย แล้วไม่ต้องมาเขียนรายงานการวิจัยแต่ แต่บอกหน้างานจริงๆกับคิดไม่ออก วางหลักไม่ถูก ฉะนั่น เรียนแล้วต้องลงมือทำทันที ไม่จริงๆแล้ว สมองคนเราลืมเรื่องที่เรียนมา 40% ทันทีหลังจากที่เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง และมากกว่า 70% หลังจากที่เวลาผ่านไปเพียง 24 ชม.

และนี่คือ 5 เทคนิค เรียนให้เข้าใจในรอบแรก สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้เพื่อถ่ายทอด เพราะโดยปกติทั่วไป การเรียนขึ้นมี 3 ระดับ 1 คือเรียนเพื่อรู้ 2 เรียนเพื่อนำไปใช้ 3 เพื่อรู้เพื่อนำไปสอนคนอื่นให้เข้าใจ หากคุณอยากให้เราช่วยเหลือเรื่องการพัฒนาบุคคลและปรึกษาเรื่องงานวิจัยสามารถติดต่อได้ที่เจ้าหน้าที่เลยครับ

หากคุณชอบอ่านบทความดีๆ สามารถไปติดตามอ่านได้ที่เว็บเหล่านี้เลยครับ

https://www.theprocontent.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

วิจัยเผย : ความเครียดก่อโรคหัวใจสูงและเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

วิจัยเผย : ความเครียดก่อโรคหัวใจสูงและเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

จากการศึกษาของงานวิจัยในวารสารวิชาการด้านโรคหัวใจของยุโรป ยูโรเปียน ฮาร์ท เจอร์นัล ผลการวิจัยระบุว่าคนอายุต่ำกว่า 50 ปีลงมาซึ่งระบุว่างานของตัวเองเป็นงานที่เครียดมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนที่ระบุว่างานที่ทำอยู่ไม่เครียดถึง 70% นอกจากการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งแสดงถึงความรู้สึกของกลุ่มตัวอย่างต่องานของพวกเขาแล้วนักวิจัยยังได้ทำการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และปริมาณฮอร์โมนความเครียดหรือ ฮอร์โมนชื่อคอร์ติซอล (cortisol)  จากตัวอย่างเลือดด้วยพบว่าความเครียดยังไปมีผลขัดขวางการขับฮอร์โมนของส่วนของระบบนิวโรเอนโดคริน (neuroendocrine system) จนทำให้ร่างกายมีการขับฮอร์เครียด หรือคอร์ติซอล ออกมาในตอนเช้าในระดับที่สูงกว่าปกติด้วย ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงจากความเครียด หรือ Broken Heart Syndrome พบมากในหญิงวัยกลางคน

งานวิจัยเผย : แม่เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน ลูกก็จะมีแฟนจำนวนพอกันกับแม่

งานวิจัยเผย : แม่เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน ลูกก็จะมีแฟนจำนวนพอกันกับแม่

จากการศึกษาของ Ohio State University พบว่าแม่อาจส่งผ่านบุคลิกภาพหรือทักษะด้านความสัมพันธ์บางอย่างจากรุ่นสู่รุ่น โดย Dr.Claire Kamp Dush ผู้ริเริ่มการศึกษานี้กล่าวว่า แม่ๆ แต่ละคนมีลักษณะนิสัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการแต่งงานและความสัมพันธ์ ซึ่งลักษณะนิสัยเหล่านั้น จะกลายเป็นมรดกส่งต่อถึงรุ่นลูก โดยอาจเป็นตัวกำหนดว่าลูกจะได้แต่งงานช้าหรือเร็ว และมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงหรือไม่  . ใครเคยคุยเรื่องความรักกับแม่บ้าง แล้วเคยนึกสงสัยรึเปล่า ว่าแม่ของเราเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน? รู้ไหมว่าถ้าลองถามดูดีๆ อาจพบว่า จำนวนแฟนที่แม่เคยมี นั้นพอๆ

งานวิจัยเผย : ความสัมพันธ์ของคู่รักส่งผลต่อ ‘สุขภาพ’

งานวิจัยเผย : ความสัมพันธ์ของคู่รักส่งผลต่อ ‘สุขภาพ’

จากการศึกษาของทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาถึงพลวัตรของความสัมพันธ์ระยะยาว ผ่านวิธีคิดเชิงพื้นที่สัมพันธ์ (Spatial Proximity) และก็ค้นพบว่า เมื่อคู่รักหรือคู่แต่งงานนั้นมีความใกล้ชิดกัน อัตราการเต้นของหัวใจของพวกเขาจะประสานเข้าหากันในรูปแบบที่มีความซับซ้อน ตามแต่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ไบรอัน โอกอลสกี้ รองศาสตราจารย์จากแผนกการพัฒนามนุษย์และครอบครัวศึกษา มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ระบุว่า นักวิจัยด้านความสัมพันธ์มักจะถามผู้คนว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไรบ้าง และมักคิดว่าผู้คนเหล่านั้นจะสามารถจดจำหรือให้คำตอบได้อย่างลึกซึ้ง แต่กับผู้คนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมานาน 30 – 40 ปี เมื่อถามถึงเรื่องเหล่านี้หรือพวกคำถามว่าพึงพอใจกับชีวิตคู่ขนาดไหน พวกเขามักจะหัวเราะใส่เสมอ

งานวิจัยเผย : อากาศหนาวทำให้อ้วนขึ้น

งานวิจัยเผย : อากาศหนาวทำให้อ้วนขึ้น

จากการศึกษาโดย พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ “หมอผิง” ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การชะลอวัยและกูรูด้านสุขภาพบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก พบว่า อากาศหนาวอาจส่งผลให้คนเราหิวเก่งขึ้น โดยเฉพาะอาหารแคลอรี่สูง วิจัยในอเมริกาพบว่าคนน้ำหนักขึ้นเฉลี่ย 0.5-1 กก. ในฤดูหนาว เป็นผลจากกินเพิ่มขึ้นและออกกำลังน้อยลง . ผลกระทบที่เกิดต่อร่างกายจากอากาศหนาว ซึ่งอากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป จนอาจเกิดความผิดปกติต่าง ๆ ขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพในระยะยาวอย่างโรคหัวใจ มีปัญหาสุขภาพจิต