5 เทคนิค ทำวิจัยให้สำเร็จ ทันเวลาที่กำหนด

ในบทความนี้เราจะบอกเล่าถึงเทคนิคการทำวิจัยให้ทันเวลาที่กำหนด โดยที่คุณจะได้งานวิจัยที่มีคุณภาพ และประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัย การทำงานวิจัยไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีเทคนิคในการทำวิจัยที่ดี พร้อมทั้งประโยชน์ในการทำงานวิจัยที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัย

ประโยชน์ของการทำงานวิจัย

การทำวิจัยเป็นสิ่งที่ปรากฎผลทั้งทางด้านทฤษฎีและทางด้านการปฏิบัติ แต่งานวิจัยที่คุณได้จัดทำจะมีประโยชน์มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลที่คุณนำมาใช้ในการทำงานวิจัย และความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่คุณได้ทำการศึกษามีมากเพียงใด เพราะหากข้อมูลเป็นข้อมูลเท็จจะส่งผลเสียอย่างมากต่อผู้ที่เข้ามาศึกษาข้อมูลจากการงานวิจัยของคุณ

การทำวิจัยจะช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับคุณ และการทำงานวิจัยจะช่วยให้การคิดค้นในด้านวิชาการของคุณมากยิ่งขึ้น ทำให้คุณเกิดการพัฒนาในด้านขององค์ความรู้และการปฏิบัติมากยิ่งขึ้น การทำงานวิจัยจะช่วยให้คุณทราบถึงข้อเท็จจริง เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ในด้านศึกษาและพัฒนาข้อมูลให้มีความถูกต้อง และมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การทำวิจัยจะช่วยให้ผู้ศึกษามีความกล้าที่จะตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพราะในการทำงานวิจัยเกิดความผิดพลาดได้เสมอ หากผู้ศึกษาไม่มีความละเอียดรอบคอบมากพอ งานวิจัยที่คุณศึกษาก็อาจจะได้ข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพมากเพียงพอต่อการทำงานวิจัย

5 เคล็ดลับในการทำงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพ

1.เลือกหัวข้อในการทำวิจัย

การเลือกหัวข้อการทำวิจัย คุณต้องเลือกหัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ส่งผลกระทบกับสาขาวิชาที่คุณกำลังศึกษาอยู่ โดยการกำหนดหัวข้อวิจัยที่คุณเลือกควรมีความน่าสนใจสำหรับตัวคุณและอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อให้คุณสามารถใช้หัวข้อที่คุณสนใจในการทำงานวิจัยของคุณได้ หากคุณได้หัวข้อที่คุณถนัด คุณก็จะมีความมั่นใจในการทำงานวิจัยของคุณ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2.วางแผนในการทำงานวิจัย

การวางแผนในการทำงานวิจัยเป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตัวช่วยให้คุณทำงานอย่างเป็นระบบ และมีแบบแผนโครงสร้างในการทำงาน คุณจะดำเนินงานได้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด และมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในงานวิจัยของคุณได้อย่างเหมาะสม

3.ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องคุณต้องศึกษาจากหลายๆ แหล่ง เพื่อให้ข้อมูลของคุณถูกต้องมากที่สุด หากคุณศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องจากแหล่งเดียว โอกาสที่คุณจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะน้อยกว่าการศึกษาจากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง

4.รวมรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล

หากคุณได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่คุณจะต้องทำก็คือการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการนำไปใช้ในการทำวิจัย เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาข้อเท็จจริง ให้คุณได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในการนำไปทำงานวิจัย

5.จัดทำรายงานผลการทำวิจัย

ขั้นตอนทุดท้ายของการทำงานวิจัย คือ การจัดทำรูปเล่มวิจัยตามรูปแบบที่กำหนด เพื่อให้งานวิจัยของคุณสมบูรณ์แบบมากที่สุด คุณต้องตรวจสอบข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นในการพิมพ์ การจัดเรียงข้อมูล หรือความผิดพลาดในเรื่องต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้คุณได้รับงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

3 ข้อควรระวังในการทำงานวิจัย

1.การวิเคราะห์ข้อมูล

ในการทำวิจัยคุณต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบมากที่สุด เพราะถ้าหากข้อมูลของคุณเป็นข้อมูลเท็จก็อาจจะเกิดผลเสียต่อผู้ที่นำผลการวิจัยของคุณไปใช้ แต่ในยุคปัจจุบันการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะมีเครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

2.การคีย์ข้อมูล

การคีย์ข้อมูลคุณต้องตรวจสอบให้ละเอียด และเพื่อให้การคีย์ข้อมูลของคุณมีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้น คุณควรใช้เครื่องมือในการช่วยคีย์ข้อมูล เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบข้อมูล และความถูกต้องของเนื้อหาในงานวิจัยของคุณ

3.การเลือกใช้สถิติ

การเลือกใช้สถิติคุณต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบการวิจัยของคุณ ซึ่งมีสถิติหลายอย่างที่มีการวิเคราะห์ผลข้อมูลได้เหมือนกัน ซึ่งแต่ละงานวิจัยจะกำหนดเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลไว้ไม่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะเลือกใช้สถิติ คุณต้องทำการทดสอบเครื่องมือสถิติให้รอบคอบ ก่อนนำผลสถิติวิเคราะห์ข้อมูลไปอ้างอิงในงานวิจัย

การทำวิจัยมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัย หากคุณมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และการเลือกหัวข้องานวิจัยที่คุณมีความถนัดก็มีผลที่จะทำให้งานวิจัยของคุณสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ และเสร็จทันเวลาที่กำหนดอีกด้วย

Credit : http://www.educanow.com/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94/

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย