2 สิ่งที่ต้องเลือกให้ถูก ถ้าอยากเป็นนักวิจัยอิสระ

อาชีพ “นักวิจัย” เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คนที่ชอบเรียนหนังสือ ชอบตั้งคำถาม และหาคำตอบด้วยค้นหาความรู้มายืนยัน หรือบางคนอาจจะชอบการค้นหาแนวความคิดใหม่ ๆ หรือข้อมูลใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและองค์ความรู้ของมนุษย์ แล้วกว่าจะเป็นนักวิจัยอิสระได้ ต้องทำยังไงบ้าง วันนี้เราจะมาแชร์ 2 สิ่งที่ต้องเลือกให้ถูก ถ้าอยากเป็นนักวิจัยอิสระ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

  1. เลือกเรียน

           ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกับจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นนักวิจัยกันก่อน หลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าอยากเป็นนักวิจัย จะต้องเรียนสายวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรียนสาขาไหนก็สามารถเป็นนักวิจัยได้ เช่น เราจะเห็นงานวิจัยทางด้านสังคม พฤติกรรมของมนุษย์ ในบทความด้านการตลาดที่สนใจเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภค หรืองานวิจัยในตลาดเงินหรือตลาดทุน ซึ่งเป็นงานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ที่คนติดภาพว่านักวิจัยต้องจบสายวิทย์ ก็เพราะว่างานวิจัยต้องใช้การรวบรวมข้อมูล และมีหลักฐานหรือทฤษฎีมายืนยันอยากเป็นรูปธรรม ซึ่งทำให้นึกถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก และงานวิจัยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้วย เลยทำให้หลาย ๆ เข้าใจผิดตรงส่วนนี้ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเรียนสายอะไรก็สามารถเป็นนักวิจัยได้ ขอแค่คุณมีความสนใจที่จะศึกษาในศาสตร์แขนงนั้นจริง ๆ

  1. เลือกเส้นทางการทำงาน

           อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่เลยก็ได้ ลองสมัครเป็นผู้ช่วยวิจัยกับอาจารย์ที่มีงานวิจัยอยู่ หรือถ้าจบมาแล้ว อาจจะเริ่มที่การเป็นนักวิจัยที่มีสังกัดไปก่อน ลองไปทำงานตามสังกัดต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัย หรือจะเป็นองค์กร หรือบริษัทเอกชนก็ได้ ซึ่งตำแหน่ง R&D คือตำแหน่งของนักวิจัยในบริษัทเอกชน หรือจะเป็นตำแหน่งในสายความรู้ที่เราสนใจ เพื่อเก็บประสบการณ์และคอนเนคชั่นต่อไป

           และนี่คือ 2 สิ่งที่ต้องเลือกให้ถูก ถ้าอยากเป็นนักวิจัยอิสระและหากคุณไม่ห่วงเรื่องการเงินเท่าไหร่ อาจจะลองเริ่มเป็นนักวิจัยอิสระที่เริ่มทำงานวิจัยเล็ก ๆ ที่ใช้เงินทุนไม่มากของตัวเองไปก่อนก็ได้ และไม่ลืมที่จะพาตัวเองไปอยู่ในแวดวงนักวิชาการที่สนใจในเรื่องเดียวกันกับเรา พร้อมทั้งฝึกฝนสกิลการพรีเซนต์ผลงานให้น่าสนใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญ ที่เพิ่มขึ้นมาจากทักษะทางด้านวิชาการและการคิดวิเคราะห์ที่นักวิจัยที่เก่งจำเป็นต้องมี และเมื่อคุณมีประสบการณ์และมีชื่อเสียงมากพอแล้ว การเป็นนักวิจัยอิสระที่ทุกคนต้องการตัวก็จะไม่ใช่ฝันที่ไกลเกินตัวอีกต่อไป หากคุณสนใจคอนเทนต์ดีๆสามารถหาอ่านจากที่

https://www.genzmanpower.com/articles/
https://www.researcherthailand.co.th/blog/
https://www.theprocontent.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

วิจัยเผย : ความเครียดก่อโรคหัวใจสูงและเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

วิจัยเผย : ความเครียดก่อโรคหัวใจสูงและเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง

จากการศึกษาของงานวิจัยในวารสารวิชาการด้านโรคหัวใจของยุโรป ยูโรเปียน ฮาร์ท เจอร์นัล ผลการวิจัยระบุว่าคนอายุต่ำกว่า 50 ปีลงมาซึ่งระบุว่างานของตัวเองเป็นงานที่เครียดมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนที่ระบุว่างานที่ทำอยู่ไม่เครียดถึง 70% นอกจากการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งแสดงถึงความรู้สึกของกลุ่มตัวอย่างต่องานของพวกเขาแล้วนักวิจัยยังได้ทำการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และปริมาณฮอร์โมนความเครียดหรือ ฮอร์โมนชื่อคอร์ติซอล (cortisol)  จากตัวอย่างเลือดด้วยพบว่าความเครียดยังไปมีผลขัดขวางการขับฮอร์โมนของส่วนของระบบนิวโรเอนโดคริน (neuroendocrine system) จนทำให้ร่างกายมีการขับฮอร์เครียด หรือคอร์ติซอล ออกมาในตอนเช้าในระดับที่สูงกว่าปกติด้วย ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงจากความเครียด หรือ Broken Heart Syndrome พบมากในหญิงวัยกลางคน

งานวิจัยเผย : แม่เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน ลูกก็จะมีแฟนจำนวนพอกันกับแม่

งานวิจัยเผย : แม่เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน ลูกก็จะมีแฟนจำนวนพอกันกับแม่

จากการศึกษาของ Ohio State University พบว่าแม่อาจส่งผ่านบุคลิกภาพหรือทักษะด้านความสัมพันธ์บางอย่างจากรุ่นสู่รุ่น โดย Dr.Claire Kamp Dush ผู้ริเริ่มการศึกษานี้กล่าวว่า แม่ๆ แต่ละคนมีลักษณะนิสัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการแต่งงานและความสัมพันธ์ ซึ่งลักษณะนิสัยเหล่านั้น จะกลายเป็นมรดกส่งต่อถึงรุ่นลูก โดยอาจเป็นตัวกำหนดว่าลูกจะได้แต่งงานช้าหรือเร็ว และมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงหรือไม่  . ใครเคยคุยเรื่องความรักกับแม่บ้าง แล้วเคยนึกสงสัยรึเปล่า ว่าแม่ของเราเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน? รู้ไหมว่าถ้าลองถามดูดีๆ อาจพบว่า จำนวนแฟนที่แม่เคยมี นั้นพอๆ

งานวิจัยเผย : ความสัมพันธ์ของคู่รักส่งผลต่อ ‘สุขภาพ’

งานวิจัยเผย : ความสัมพันธ์ของคู่รักส่งผลต่อ ‘สุขภาพ’

จากการศึกษาของทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาถึงพลวัตรของความสัมพันธ์ระยะยาว ผ่านวิธีคิดเชิงพื้นที่สัมพันธ์ (Spatial Proximity) และก็ค้นพบว่า เมื่อคู่รักหรือคู่แต่งงานนั้นมีความใกล้ชิดกัน อัตราการเต้นของหัวใจของพวกเขาจะประสานเข้าหากันในรูปแบบที่มีความซับซ้อน ตามแต่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ไบรอัน โอกอลสกี้ รองศาสตราจารย์จากแผนกการพัฒนามนุษย์และครอบครัวศึกษา มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ระบุว่า นักวิจัยด้านความสัมพันธ์มักจะถามผู้คนว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไรบ้าง และมักคิดว่าผู้คนเหล่านั้นจะสามารถจดจำหรือให้คำตอบได้อย่างลึกซึ้ง แต่กับผู้คนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมานาน 30 – 40 ปี เมื่อถามถึงเรื่องเหล่านี้หรือพวกคำถามว่าพึงพอใจกับชีวิตคู่ขนาดไหน พวกเขามักจะหัวเราะใส่เสมอ

งานวิจัยเผย : อากาศหนาวทำให้อ้วนขึ้น

งานวิจัยเผย : อากาศหนาวทำให้อ้วนขึ้น

จากการศึกษาโดย พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ “หมอผิง” ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การชะลอวัยและกูรูด้านสุขภาพบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก พบว่า อากาศหนาวอาจส่งผลให้คนเราหิวเก่งขึ้น โดยเฉพาะอาหารแคลอรี่สูง วิจัยในอเมริกาพบว่าคนน้ำหนักขึ้นเฉลี่ย 0.5-1 กก. ในฤดูหนาว เป็นผลจากกินเพิ่มขึ้นและออกกำลังน้อยลง . ผลกระทบที่เกิดต่อร่างกายจากอากาศหนาว ซึ่งอากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป จนอาจเกิดความผิดปกติต่าง ๆ ขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพในระยะยาวอย่างโรคหัวใจ มีปัญหาสุขภาพจิต