- หาให้เจอ หาแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยมีทั้งงบประมาณรายได้มหาวิทยาลัย และ งบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ วช. สกอ. สกว. และหน่วยงานอื่น ๆ หรือการสืบค้น จากเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต ที่สะดวกคือ BIODATA เป็นฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย ซึ่งต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนแต่จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ทำให้รู้ แหล่งทุนทั้งในและภายนอกประเทศครบถ้วน จะได้รู้ช่วงเวลาการขอทุนและ เงื่อนไขของแหล่งทุนนั้น ๆ จะได้มีเวลาเพียงพอในการเตรียมการต่อไป หาความสนใจและความถนัดในงานวิจัยด้านใด มีบุคคลหรือหน่วยงาน ที่สามารถสนับสนุนในการด าเนินการวิจัยเรื่องนั้นๆ ได้หรือไม่ ข้อสำคัญงานวิจัย นั้นต้องมีประโยชน์ต่อส่วนรวม พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ มีคุณค่าต่อการพัฒนาใน อนาคต
- เลือกให้โดน เลือกแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยให้เหมาะสมกับงานวิจัย เพราะบาง แหล่งทุนมีการกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของภารกิจให้ผู้วิจัยอยู่ก่อนแล้ว หรือที่เรียกว่า TOR (Team of Reference) หรือเลือกหัวข้อวิจัยจากปัญหาจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่น
- ค้นให้เป็น ค้นคว้าและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย จะได้ตีโจทย์วิจัยให้ แตกว่าสำคัญเร่งด่วนคือเรื่องอะไร สามารถสืบค้นตัวอย่างงานวิจัยจากฐานข้อมูล ในประเทศอย่าง Thai Digital Collection (TDC) หรือจากฐานข้อมูลที่เป็นสากล เช่น ScienceDirect และ American Chemical Society (ACS)
- เขียนให้ได้ การเขียนโครงร่างงานวิจัย ต้องทำตามรูปแบบของแหล่งทุนสนับสนุน งานวิจัยทุกประการ โดยรูปแบบจะขึ้นอยู่กับแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยเป็นผู้ กำหนด แต่จะมีรูปแบบและหัวข้อที่คล้ายคลึงกัน
สรุปการทำวิจัยควรทำเป็นเป็นกลุ่มที่มาจากหลากหลายสาขาวิชา เพื่อความ สมบูรณ์ของผลงานวิจัย รูปแบบของเอกสารโครงร่างงานวิจัยต้องเป็นไปตามที่แหล่งทุนสนับสนุน งานวิจัยกำหนดอย่างเคร่งครัด ตรวจทานอย่าให้เกิดคำผิดในเอกสารโครงร่างงานวิจัย การพิมพ์เอกสาร โครงร่างต้องเป็นระบบ ระเบียบ และสม่ำเสมอ ตรวจสอบหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนส่งและส่งให้ทัน กำหนดเวลา
การเรียนและสมาธิ เป็นของคู่กัน
✨เนื่องจากสมาธิเป็นทักษะที่สำคัญในการเรียนและการศึกษา เพื่อให้เราสามารถเน้นความสำคัญและให้ความร่วมมือในกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ———————- 👉 และนี่คือข้อแนะนำเกี่ยวกับสมาธิและการเรียนที่เรานำมาฝากเพื่อนๆค่ะ : 1. การเพิ่มสมาธิ: สมาธิสามารถเพิ่มความจำของเรา การทำสมาธิส่งผลให้เรามีความตั้งใจในการเรียนและสามารถรับรู้ข้อมูลได้ดีกว่า 2. การลดความรู้สึกเครียด: การมีสมาธิสามารถช่วยลดความรู้สึกเครียดที่เกิดจากการเรียนหรือการสอบ เมื่อเราสามารถรักษาสมาธิในขณะที่เรียน จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับแรงกดดันและความยากลำบากในการเรียนได้ดีขึ้น 3. การเพิ่มความตั้งใจ: สมาธิช่วยให้เรามีความตั้งใจในการเรียน รูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นการสมาธิช่วยให้เราสามารถใช้เวลาและทรัพยากรในการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ตัวเองมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ 4. การเพิ่มความระมัดระวัง: สมาธิช่วยให้เรามีความระมัดระวังในการเรียน สามารถตระหนักถึงสิ่งที่เรากำลังเรียนรู้ ช่วยให้เราสามารถจับต้องและเข้าใจข้อมูลได้อย่างถูกต้อง