อัปเดต 10 คณะและสาขาเรียนโทยอดนิยมในยุคนี้ !

หากคุณกำลังคิดอยู่ว่าอยากจะต่อปริญญาโท แต่ยังไม่รู้จะเรียนอะไรที่ บทความนี้ถูกเขียนมาเพื่อคุณ เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคณะและสาขาเรียนต่อปริญญาโทที่ถูกค้นหามากที่สุดบนเว็บไซต์ของ Hotcourses Thailand ไปดูกันว่าคณะไหน สาขาอะไรมาแรง น่าไปเรียนต่อกันบ้าง

  1. Business and Administrative Studies

      สาขาฮอตฮิตอันดับ 1 ที่คนสนใจกันมากที่สุดก็คือ สาขาเกี่ยวกับธุรกิจและบริหาร หลายคนอาจจะสงสัยว่าอ้าวแล้วบริหารอย่าง MBA ล่ะ ก็ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ ก็รวมอยู่ในนี้แต่สาขานี้จะเป็นการพูดถึงรวมๆ มากกว่าสำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่มั่นใจว่าจะลงเจาะลึกไปที่สาขาไหนเป็นพิเศษนั่นเอง ^^

      สาขานี้เหมาะกับคนที่สนใจด้านธุรกิจ การบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นจัดการองค์กร จัดการเวลา จัดการคน

      ในปัจจุบันสาขาธุรกิจนี้แตกย่อยออกเป็นหลายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจออนไลน์ อย่างไรก็ตามการเข้าใจหลักการพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ ในการเลือกหลักสูตร ควรดูว่ามีวิชาครอบคลุมในส่วนที่เราสนใจหรือไม่

  1. Education

     สาขาสำหรับคนรักการเป็นผู้ให้ความรู้ หรือต้องการศึกษาที่มาที่ไปเกี่ยวกับการเรียนรู้ต่างๆ อาจจะไม่จำเป็นแค่ในคณะครุศาสตร์ แต่รวมไปถึงจิตวิทยาการศึกษา

     เพราะการสอนไม่ใช่แค่การบอกต่อ แต่ต้องเข้าใจศาสตร์ต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ทำให้สาขานี้ยังจำเป็นและน่าสนใจติดอันดับแรกๆ นั่นเอง 🙂 

  1. Engineering

       วิศวกรรมศาสตร์เป็นสาขาฮอตฮิต ไม่ว่าจะเป็นเมเจอร์ใดๆ ก็ตาม นอกจากจะเป็นที่ต้องการในตลาดแล้วยังเป็นสาขาที่ทำรายได้ดีอีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบคิด ชอบสร้าง ชอบเขียนโค้ด

      นอกจากจะเป็นที่นิยมในประเทศแล้ว ในต่างประเทศยังมีหลายมหาวิทยาลัยที่สอนสาขานี้กันอย่างเข้มข้น 

  1. Social Studies and Communication

      สังคมศาสตร์และการสื่อสาร ในบางประเทศเป็นสาขาที่รวมการเรียนตั้งแต่สังคมศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ ไปจนถึงวารสารศาสตร์เลยทีเดียว 

      เพราะสังคมไม่มีการหยุดอยู่กับที่ การสื่อสารเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ แถมยังมีความท้าทายใหม่ๆ ปะทะวงการสื่อทุกวัน ดังนั้นคนที่เป็นนักสื่อสารต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคให้ได้ ใครที่ชอบเล่าเรื่อง คุ้ยหาประเด็นใหม่ๆ อยากอัพเกรดวงการสื่อบ้านเราให้โต เพราะเบื่อข่าวหวยและลุงพลใจจะขาด หรืออยากแฉการทุจริตในภาครัฐ ภาคเอกชนก็ควรมาเป็นนักข่าว มาสร้างสังคมที่ดีกันเถอะ !

  1. Humanities

      มนุษยศาสตร์ไม่ได้เรียนแค่อะไรที่เกี่ยวกับมนุษย์! แต่ยังรวมถึงภาษา ปรัชญา ประวัติศาสตร์ การละคร และอื่นๆ

       สาขานี้เหมาะกับคนที่ต้องการเรียนและทำความเข้าใจกับโลก เป็นสาขาที่ได้ทำความเข้าใจเรื่องในชีวิตอย่างลึกซึ้ง คนรักการอ่านคงจะไม่พลาด

  1. MBA

     แตกต่างจากพวกการตลาด ธุรกิจ การบัญชี แต่เรียกว่าถึงอย่างไร MBA ก็ยังมีแก่นเดียวกันคือด้านการบริหาร เรียกว่าใครที่สนใจธุรกิจต้องมาด้านนี้ อันที่จริง MBA ก็รวมอยู่ในอันดับ 1 ด้วย แต่ถึงขนาดที่มีคนเรียกร้องระบุชัดเจนจนขึ้นอันดับนำหน้าสาขาอื่นมาขนาดนี้แสดงว่าสาขานี้ไม่ธรรมดาเลย!

  1. Tourism and Hospitality

      สาขานี้ หลายคนอาจพูดว่ายังจำเป็นอีกเหรอ เพราะอุตสหกรรมการท่องเที่ยวโดนพิษโควิด-19 เต็มๆ แต่เราเชื่อว่าสาขานี้จะเป็นที่ต้องการอีกแน่นอนในอนาคต! เพราะเมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลใหม่ ทุกคนต้องอยากกลับไปเที่ยวแน่นอน (ชดเชยที่ไม่ได้ไปไหนมาตลอด 1 ปี) ดังนั้นถ้าใครยังมีใจรักการบริการ ท่องเที่ยว หรือการโรงแรม ก็อย่ารอช้า เพราะถ้าเรียนก็มีโอกาสได้ฝึกงานทั้งในไทยและต่างประเทศด้วยนะ

  1. Health and Medicine

    แพทย์ พยาบาล สหเวช และสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพได้รับความสนใจเป็นพิเศษ สาขานี้เป็นที่ต้องการเสมอ

    แม้อาจจะต้องใช้เวลาเรียนนานกว่าสาขาอื่นแต่ก็มั่นใจได้เลยว่าเวลาที่ใช้การเรียนจะต้องคุ้มค่าแน่ๆ เป็น 1 ในเหตุผลที่ทำให้คนสนใจสาขานี้กันมาก แถมตอนนี้โควิด-19 ทำให้เรารู้แล้วว่าสาขานี้มีความสำคัญและจำเป็นมากแค่ไหนสำหรับมนุษย์ทุกคน

  1. Creative Arts

    “Earth without art is just eh.” โลกที่ไม่มีศิลปะก็เป็นโลกที่แห้งแล้งเนอะ นั่นเลยอาจจะเป็น 1 ในเหตุผลที่ทำให้สาขานี้ยังฮิตติดอันดับเสมอต้นเสมอปลาย

    ศิลปะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำอนิเมชั่น สถาปัตยกรรม แฟชั่นดีไซน์ กราฟฟิคดีไซน์ ต่างก็เป็นศิลปะที่ทำให้โลกสวยงามทั้งนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงให้ความสนใจกันมาก

  1. Law

เคยเห็นทนายในซีรีย์ต่างประเทศแล้วร้อง “หูย เท่จัง!” ไหม สาขานิติศาสตร์นี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของความเท่ๆ แบบนั้น

กฎหมายก็ยังเรียกว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในสังคมเสมอ เพราะฉะนั้นนิติศาสตร์หรือการเรียนเกี่ยวกับกฎหมายจึงจำเป็นมาก (แต่เตือนไว้ว่าใครเรียนคณะหรือสาขานี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องการต้องอ่านเอกสารเยอะเช่นกัน)

และนี่คื 10 คณะและสาขาเรียนโทยอดนิยมในยุคนี้ ! สุดท้ายนี้ไม่ว่าสาขาไหนจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ ก็ไม่ได้หมายความว่าสาขาอื่นไม่น่าสนใจนะ ยังมีสาขาการเรียนอีกมากมายให้เราได้ค้นหา ทำความรู้จักกับมัน ไว้ว่าคุณจะได้เจอหลักสูตรที่น่าสนใจ และเรียนอย่างสนุกสนานตามที่คุณปรารถนานะครับ 

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย