วิธีสร้างหัวและท้ายกระดาษให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

image3 (1).jpeg
เอกสารที่ใช้ในบริษัทหรือองค์กรต่างๆมักจะมีฟอร์มหรือรูปแบบที่ใช้เฉพาะเช่นอาจมีชื่อหรือโลโก้ของบริษัทอยู่บริเวณด้านบนกระดาษ หรือมีที่อยู่ของบริษัทด้านล่างของเอกสาร เราเรียกการใส่ข้อความทั้งสองแบบนี้ว่าการใส่หัวกระดาษและท้ายกระดาษ
http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/001.pngทั้งส่วนหัวกระดาษและท้ายกระดาษสามารถใส่ข้อความ วันที่ รูปภาพและอื่นๆได้ตามต้องการ วันนี้เราจะมาแนะนำการทำหัวและท้ายกระดาษโดยมีขั้นตอนในการกำหนดหัวกระดาษ และท้ายกระดาษง่ายๆดังนี้

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic20.png

หัวกระดาษ
http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/001.pngหัวกระดาษคือพื้นที่ในระยะขอบด้านบนของแต่ละหน้าในเอกสารซึ่งสามารถแทรกข้อความหรือใส่รูปภาพลงไปได้ตัวอย่างเช่น ต้องการเพิ่มหมายเลขหน้า วันที่และเวลา โลโก้ของบริษัท ชื่อเอกสาร ชื่อแฟ้มหรือชื่อผู้สร้างก็ได้โดยสิ่งที่ใส่ลงไปในหัวกระดาษนั้นจะปรากฏอยู่ด้านบนของทุกๆหน้าในไฟล์เอกสาร โดยมีวิธีการใส่หัวกระดาษดังนี้

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic21.png

โปรแกรมจะเข้าสู่ส่วนของพื้นที่หัวกระดาษ   ให้พิมพ์ข้อความที่จะให้ปรากฏอยู่บนหัวกระดาษลงไป

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic22.png

  เมื่อคลิกที่ปุ่มปิดหัวกระดาษและท้ายกระดาษแล้ว หัวกระดาษจะมีลักษณะจางๆโดยที่เราไม่สามารถนำเมาส์มาคลิกแก้ไขได้  ดังรูป

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic23.png

แต่หากต้องการกลับไปแก้ไขหัวกระดาษสามารถทำได้โดยไปที่แท็บแทรกและคลิกที่หัวกระดาษ เหมือนกับการใส่ หัวกระดาษ แต่ให้เลือกที่คำสั่งแก้ไขหัวกระดาษแล้วจึงค่อยทำการแก้ไข หรือดับเบิ้ลคลิกบริเวณหัวกระดาษ และถ้าหากไม่ต้องการใส่หัวกระดาษแล้วให้คลิกเลือกที่เอาหัวกระดาษออก  

Tips เพิ่มความน่าสนใจโดยการใส่โลโก้หรือรูปภาพลงในหัวกระดาษ. คลิ๊กคำว่า Picture บนแถบ Insert หารูปหรือโลโก้โดยเลือกไฟล์ และกดปุ่ม Insert

1_N

ท้ายกระดาษ
http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/001.pngท้ายกระดาษ คือ พื้นที่ในระยะขอบด้านล่างของแต่ละหน้าในเอกสารซึ่งสามารถแทรกข้อความหรือใส่รูปภาพลงไปได้เหมือนกับหัวกระดาษ โดยสิ่งที่ใส่ลงไปในท้ายกระดาษนี้จะปรากฏอยู่ด้านล่างของทุกๆหน้าในเอกสารเหมือนกับหัวกระดาษ โดยมีวิธีการใส่ท้ายกระดาษดังนี้

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic24.png

โปรแกรมจะเข้าสู่ส่วนของพื้นที่ท้ายกระดาษ   ให้พิมพ์ข้อความที่จะให้ปรากฏอยู่ที่ท้ายกระดาษลงไป

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic25.png
เมื่อคลิกที่ปุ่มปิดหัวกระดาษและท้ายกระดาษแล้วท้ายกระดาษจะมีลักษณะจางๆโดยที่เราไม่สามารถนำเมาส์มาคลิกแก้ไขได้  ดังรูป

http://www.168training.com/e-learning_new/word2013/lesson3/content3_1/image/pic26.png

แต่หากต้องการกลับไปแก้ไขท้ายกระดาษสามารถทำได้โดยไปที่แท็บแทรกและคลิกที่ท้ายกระดาษเหมือนกับการใส่ท้ายกระดาษแต่ให้เลือกที่คำสั่งแก้ไขท้ายกระดาษแล้วจึงค่อยทำการแก้ไขหรือ ดับเบิ้ลคลิกบริเวณท้ายกระดาษและถ้าหากไม่ต้องการใส่ท้ายกระดาษแล้วให้คลิกเลือกที่เอาท้ายกระดาษออก

Tips กดปุ่ม Esc เพื่อปิดส่วนของหัวกระดาษและท้ายกระดาษ ดูหัวกระดาษในโหมดเต็มหน้าจอหรือพิมพ์ 1 ฉบับเพื่อตรวจทานหัวและท้ายกระดาษ

Credit : การกำหนดหัวกระดาษท้ายกระดาษ-ทำหนังสือด้วยตัวเองง่ายๆ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

อาจารย์กับการทำงานวิจัย สู่การต่อยอดด้านการสอน
“ณ วันนี้งานวิจัยถือเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดด้านการศึกษา อาจารย์ผู้สอนจึงต้องทำวิจัยให้มากเพื่อให้การสอนมีความแปลกใหม่และหลากหลาย”

การศึกษาในระดับปริญญาโทนั้น ยังมีหลายๆ คนสงสัยในการเลือกเรียนระหว่างแผน ก กับ แผน ข ซึ่งไม่เข้าใจว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และแผนไหนจะตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ต้องการของเรา ดังนั้นเราขอนำความเห็นจากหลายๆ แหล่งมาประมวลมาให้อ่านกัน ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางให้ได้ตัดสินใจกันและหวังว่าคงมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจไม่มากก็น้อย และสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า “เราจะเรียนต่อในระดับปริญญาโททำไม? เรียนเพื่อไปทำอะไร?” แผน ก (ทำวิทยานิพนธ์) และ แผน ข (การค้นคว้าอิสระ)หลักสูตรในแผน ก เป็นหลักสูตรที่มีการทำงานวิจัยเป็น “วิทยานิพนธ์” (12 หน่วยกิต)โดยมุ่งเน้นทักษะการทำวิจัยเต็มรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานในหน้าที่ และเพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อ ในระดับสูงขึ้นหรือปริญญาเอก (ดร.) ในโอกาสต่อไป

การจ้างทำวิทยานิพนธ์ไม่ได้แปลว่า “โง่”

บทความนี้คุณอาจตกใจนิดหน่อยกับคำว่า “โง่” แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออ่านบทความนี้คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ หรือว่าจ้างทำวิจัยอื่นๆ ถึงไม่ได้โง่ ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณลองตอบคำถามที่เราจะถามต่อไปนี้สัก 2-3 ข้อ  เรามาเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ทีละข้อกันดีกว่า เพื่อพิสูจน์ว่าคนจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้น ไม่ได้โง่ !!! 1. ใบปริญญาบัตรที่ได้นั้นจากการศึกษานั้น ได้จากการทำงานวิจัยอย่างเดียวใช่หรือไม่? ในการจบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้รับใบปริญญาบัตรและได้สวมชุดครุยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ thesis เพียงอย่างเดียว ในการเรียนมหาวิทยาลัยมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันจึงจะสามารถจบจากรั้วมหาวิทยาลัยได้  ไม่ว่าจะเป็นการจบชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก นักศึกษาทุกคนต้องเข้าคลาสเพื่อเรียนเอาความรู้ไปใช้ในการสอบ ในการจะจบปริญญาท่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหา และสอบผ่าน ท่านต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะได้ทำ thesis หากท่านไม่สามารถสอบผ่านไม่เข้าใจบทเรียนท่านคนถูกรีไทร์ออกไปนานแล้วใช่หรือไม่ 2. หากผู้ว่าจ้างบริษัทรับทำวิจัยไม่ตรวจสอบผลงานวิจัย จะสามารถตอบคำถามอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่าน thesis ได้ไหม?

3 ขั้นตอน วิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย

ในบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย บอกเล่าถึงลำดับขั้นตอนในการทำงาน และปัญหาเบื้องต้นที่อาจจะพบเจอในระหว่างทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยให้เข้าใจง่ายขึ้น “รวบรวม, จำแนก, วิเคราะห์” ลำดับขั้นตอนทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัย 1. รวบรวม โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากการออกไปลงพื้นที่เพื่อทำการสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้กำหนดคุณลักษณะไว้ให้ทำแบบสอบถามงานวิจัย และนำมาทำการตรวจสอบว่ากลุ่มประชากรได้ทำการตอบคำถามครบถ้วนหรือ จำนวนประชากรได้ทำการตอบคำถามครบตามจำนวนที่กำหนดไว้หรือไม่  เพราะถ้าหากตอบคำถามแบบสอบถามงานวิจัยไม่ครอบถ้วนและไม่ตรงตามจำนวนประชากรที่กำหนดจะส่งผลทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลคาดเคลื่อน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่สามารถตอบคำถามที่ตั้งสมมติฐานไว้ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน 2. จำแนก เมื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ต่อมาเป็นขั้นตอนของการคีย์ข้อมูลลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ SPSS เพื่อทำการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการตอบคำถามในแบบสอบถามงานวิจัย โดยการกำหนดการตั้งค่ารหัสข้อมูลที่ใช้ในการแทนผลต่างๆ ออกมาในรูปแบบสถิติที่ทำการวิเคราะห์ในการทำงานวิจัยนั้นๆ  3. วิเคราะห์ ทำการวิเคราะห์แบบสอบถามงานวิจัยออกมาในรูปแบบข้อมูลทางสถิติตามที่กำหนดไว้ในเนื้อหางานวิจัย โดยทำการแปรผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้นำเสนองานวิจัย และใช้ตอบคำถามในการทำงานวิจัย