วิธีคิดหัวข้อการวิจัย

วิธีคิดหัวข้อการวิจัย
เมษายน 20, 2562
การวิจัย (Research) หรือ วิทยานิพนธ์ (Thesis/Dissertation) (หรืออาจจะเป็นสารนิพนธ์ การศึกษาอิสระ (Independent Study : IS) หรืองานวิจัยใด ๆ ก็ตามแล้วแต่จะเรียกกัน กระบวนการศึกษาสิ่งเหล่านั้นว่ายากแล้ว แต่ในความเป็นจริง หลาย ๆ คนกลับพบเจอสิ่งที่ยากกว่านั่นคือ หัวข้อการวิจัย ประเด็นก็คือ อยากทำวิจัย (หรือ โดนบังคับให้ต้องทำวิจัย) แต่ไม่รู้จะทำเรื่องอะไร หรือคิด หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ไม่ออก วันนี้ Beary Research (แบรี่ รีเสิร์ช) หนึ่งในบริการที่ปรึกษางานวิจัยของ Beary Education (แบรี่ เอดูเคชัน) มี 5 วิธีง่าย ๆ ในการคิดหัวข้อการวิจัย มาฝากกันครับ

  1. หัวข้อการวิจัย ต้องสอดคล้องกับงาน หรือสาขาที่เรียน ผู้ทำวิจัยต้องรู้ว่าตนเองรับผิดชอบงานด้านไหน หรือเรียนเอกอะไร เช่น ทำงาน หรือเรียน ด้านการตลาด มีการทำโปรโมชัน (Promotion) ใหม่ ๆ การศึกษาการตัดสินใจซื้อ (Purchase Decision) การทำวิจัยจึงควรมุ่งเน้นไปที่การศึกษากลยุทธ์ทางการตลาด ส่วนประสมทางการตลาด การตัดสินใจซื้อ ดังนั้น หัวข้อการวิจัย อาจเป็น ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ที่มีผลต่อ การตัดสินใจซื้อ …..(ผลิตภัณฑ์ของผู้ศึกษา)…..ของ…..(กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เช่น บุคคลวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร)….. เป็นต้น
  2. หัวข้อการวิจัย ต้องสะท้อนถึงปัญหา หรือประเด็นที่จะศึกษา ก่อนที่ผู้วิจัยจะตั้งหัวข้อการวิจัยได้นั้น ผู้วิจัยจะต้องมีปัญหาที่ต้องการอยากรู้ มีการกำหนดเนื้อหาในการศึกษา หรือทฤษฎีที่จะศึกษามาก่อน เช่น ต้องการศึกษาว่าอะไรเป็นเหตุผลของการตัดสินใจทำงานที่นี้ ต้องการศึกษาว่าคนทำงานที่นี่มีความพึงพอใจหรือไม่ เมื่อได้ปัญหาแล้ว ก็จะนำไปสู่การสร้างหัวข้อการวิจัยได้ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดใจเข้าทำงาน และ ความพึงพอใจในการทำงาน ที่…..(สถานที่ทำงานที่ต้องการศึกษา)…..ของ…..(กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เช่น พนักงานระดับปฏิบัติการ)….. เป็นต้น
  3. หัวข้อการวิจัย ต้องทันสมัย และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ปัญหาหนึ่งที่ผู้วิจัยยื่นหัวข้อการวิจัยไม่ผ่าน ก็คือหัวข้อที่วิจัย ไม่ทันสมัย หรือ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น ปัจจัยที่ีมีผลต่อการใช้งานเครื่องพิมพ์ดีดของนักศึกษาในระดับปริญญาโท (ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ดีดไม่ได้รับความนิยมแล้ว นักศึกษาแทบทุกคนใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานแทน) ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อน้ำปั่นในโรงอาหารโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย (เป็นการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับที่มีนัยยะสำคัญ และสถานที่ก็เป็นพื้นที่เล็ก ๆ) หรือเป็นหัวข้อที่ผิดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี เช่น ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีความสัมพันธ์กับการซื้อหวยใต้ดินของแม่บ้านตำรวจ (หวยใต้ดินปัจจุบันยังไม่ถูกกฎหมาย และกลุ่มตัวอย่างมีความสัมพันธ์กับผู้รักษากฎหมาย) ตัวอย่างหัวข้อการวิจัยที่ทันสมัย และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น ผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากที่มีต่อธนาคารพาณิชย์ (กฎหมายใหม่เพิ่งประกาศเมื่อเดือน เม.ย. 62 และธนาคารพาณิชย์เป็นสถาบันการเงินที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ) ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของประชากรในเขตกรุงเทพมหานคร (รถยนต์ไฟฟ้าเป็นยานยนต์รูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับควาามนิยมขึ้นเรื่อย ๆ) เป็นต้น
  4. หัวข้อการวิจัย ต้องกำหนดกลุ่มตัวอย่าง และพื้นที่ในการวิจัยที่ชัดเจน กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชากรบางส่วนของผู้ที่เราต้องการศึกษา พื้นที่ในการวิจัย คือ ขอบเขตพื้นที่ที่เราต้องการศึกษา หัวข้อการวิจัยที่ดี จะต้องมีการระบุกลุ่มตัวอย่าง และพื้นที่ในการวิจัยที่ชัดเจน เพื่อให้การวิจัยสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออพูดง่าย ๆ คือ สามารถทำได้จริง และนำมาใช้งานได้จริง เช่น ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคอาหารญี่ปุ่นของ คนวัยทำงาน ในเขตกรุงเทพมหานคร (การศึกษาครั้งนี้ มุ่งเน้นศึกษาคนวัยทำงาน ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 22-60 ปี และศึกษาเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น) เป็นต้น
  5. หัวข้อการวิจัย ต้องเป็นหัวข้อที่ผู้วิจัยสามารถทำได้จริง มีหลาย ๆ ครั้งที่หัวข้อการวิจัยถูกกำหนดไว้อย่างสวยหรู แต่ผู้วิจัยหลายคนกลับมาตายตอนจบ คือไม่สามารถศึกษา หรือเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างได้จริง เช่น การศึกษาประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยของระบบ e-Banking ของธนาคารพาณิชย์ (อาจไม่มีธนาคารพาณิชย์ใดให้ข้อมูลเนื่องจากกังวลเรื่องความมั่นคงของระบบ) หรือ ปัจจัยที่มีต่อการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐของผู้ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คิดว่าหัวข้อนี้น่าจะหากลุ่มตัวอย่างในการศึกษายาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้วิจัยได้) เป็นต้น

ข้อมูลทั้ง 5 ข้อนี้ มีส่วนช่วยให้ผู้วิจัย สามารถคิดหัวข้อการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากใครยังคิดหัวข้อการวิจัยไม่ออก หรือต้องการที่ปรึกษา หรือผู้ช่วยในการวิจัย

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

6 เครื่องมือในการทำแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey)

การออกแบบแนวทางในการทำแบบสำรวจ (Survey) ที่ดีจะช่วยให้คุณเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ การรับรู้ถึงความพึงพอใจของลูกค้า รวมไปถึงการรับรู้เกี่ยวกับตัวแบรนด์ในด้านอื่นๆ โดยผมได้รวมเครื่องมือดีๆที่จะช่วยให้คุณทำการสำรวจความคิดเห็นในแบบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง ลองมาดูกันว่า 6 เครื่องมือในการทำแบบสำรวจออนไลน์ (Online Survey) นั้นมีอะไรบ้าง Google Forms SurveyMonkey Surveyplanet FreeOnlineSurveys Smart Survey Survey Methods 1.              

5 ข้อสังเกตงานวิจัยแต่ละแบบ ที่มืออาชีพเท่านั้นที่รู้ !

บทความนี้ขอย่อยปัญหาหลักในการทำงานวิจัยไทย 5 ข้อสังเกตงานวิจัยแต่ละแบบ ที่มืออาชีพเท่านั้นที่รู้ ! คือ 1. การทำวิจัยปริญญาโทและปริญญาเอกนั้น ต่างกันอย่างไร ในข้อสังเกตวิจัยแรกนี้ส่วนใหญ่ผู้วิจัยหลายๆ ท่านจะแยกไม่ค่อยได้ว่า การทำงานวิจัยปริญญาโทและปริญญาเอกนั้น ต่างกันอย่างไร เราจะขออธิบายสั้นๆ ง่ายๆ ว่า – ปริญญาเอกจะเน้นการทำวิจัย (Research) ในระดับที่ก้าวหน้าและสูงขึ้น โดยอาจจะมีหรือไม่มีการเรียนการสอนรายวิชาก็ได้ ฉะนั้นในการเรียนในระดับปริญญาเอก การฝึกฝนทักษะการทำวิจัยเป็นสำคัญ เพราะผู้เรียนจำเป็นต้องค้นคว้าและสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง

8 หนังสือแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มทำการวิจัย

1. หนังสือเบื้องต้น สำหรับการใช้ SPSS ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไม่รู้อะไรเลยไปจนถึง สามารถวิเคราะห์สถิติได้ ทั้ง t-test , ANOVA , regression ดีมาก (มีไฟล์ให้โหลดทดลองใช้งานประกอบหนังสือด้วย) 2.  หนังสือเกี่ยวกับความรู้ด้านวิจัย (ละเอียด) เน้น ทฤษฎี แนะนำวิจัยแบบต่างๆ ครอบคลุมเนื้อหาวิจัยทั้งหมด(โดยเฉพาะสายการแพทย์) 3. หนังสือสถิติและการวิจัย (ดีมาก) กลั่นกรองจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติวิจัยมายาวนาน 

5 สิ่งที่ต้องระวัง ถ้าไม่อยากให้งานวิทยานิพนธ์ผิดพลาด

กว่าจะได้งานวิทยานิพนธ์ออกมาให้มีคุณภาพที่ดีนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว เพราะต้องใช้ระยะเวลาและความตั้งใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียด เรียบเรียงเนื้อหาให้น่าสนใจและถูกหลักวิชาการ รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้งานนั้นออกมามีคุณภาพ ดังนั้นในบทความนี้จึงได้นำ 5 ข้อควรระวังในการทำงานวิทยานิพนธ์ ให้ได้ผลงานวิทยานิพนธ์ออกมาดีและไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น 1.               ระวังข้อมูลแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ จะต้องสอดคล้องกับหัวข้อเรื่อง แหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในการทำงานวิทยานิพนธ์จะต้องเป็นข้อมูลที่มาจากแหล่งอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงต้องเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอีกด้วย ควรคำนึงถึงความสอดคล้องระหว่างหัวข้อเรื่องวิจัย เนื้อหา และข้อมูล ว่าแต่ละส่วนนั้นมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ เพราะงานวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพนั้นทุกองค์ประกอบจะสอดคล้องกันทั้งหมด 2.               เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อ ถูกต้อง ไม่คัดลอกผลงานผู้อื่น