งานวิจัยเผย : มีเพื่อนสนิทแค่ 1 คนในออฟฟิศ ทำให้งานดีขึ้น

งานวิจัยเผย : มีเพื่อนสนิทแค่ 1 คนในออฟฟิศ ทำให้งานดีขึ้น

จากการศึกษางานวิจัยจาก Gallup บอกว่า การได้ทำงานร่วมกับเพื่อนที่สนิทกันมาก่อนอย่างน้อยแค่ 1 คน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ซึ่งจะนำพาไปสู่ความก้าวหน้าทางตำแหน่งและเงิน

เดือนที่สูงขึ้นด้วย ถามว่าจริงหรือไม่ ก็คงตอบได้ว่าส่วนหนึ่งจริง แต่อีกส่วนหนึ่งก็พบว่า มีคน

จำนวนไม่น้อยที่ทำงานร่วมกับเพื่อนแล้วเกิดปัญหา และมักเป็นปัญหาเรื้อรังต่อความสัมพันธ์

ที่เคยดี กลับกลายเป็นไม่ดี

.

ซึ่งมีกรณีศึกษาให้ห็นอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะทำธุรกิจกับเพื่อนแล้วผลประโยชน์ไม่ลงตัว หรือทำงานกับเพื่อนที่เป็นเจ้านายของเราอีกที รู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน ฯลฯ เพราะฉะนั้นปัญหาหนึ่งในการทำงานของคนบางส่วนคือ ต้องร่วมงานกับเพื่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบก็ต้องยอมทำ แม้ว่าจะรู้สึกลำบากใจแค่ไหน แน่นอนว่าเวลาทำงานด้วยกันนั้นย่อมมีปัญหา อุปสรรค ความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ อาจเพราะสไตล์การทำงานไม่ตรงกัน ความคิดเห็นแตกต่างกัน อะไรก็ตามที่สามารถทำให้เพื่อนกลายเป็นศัตรูได้ในชั่วขณะ และเมื่อสถานะเปลี่ยน ความสัมพันธ์อาจเปลี่ยนตาม เนื่องจากสังคมที่ทำงานมักมีเรื่องของความก้าวหน้า ผลประโยชน์ และปัจจัยอื่น ๆ ที่ควบคุมไม่ได้จำนวนมาก อาจจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่มีอยู่ได้

.

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งไหน สถานะอะไร เรื่องสำคัญมาก ๆ คือต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ของตัวเองให้ดี ให้เต็มกำลัง เพราะนั่นคือสิ่งที่จะพิสูจน์ตัวคุณเอง อย่ามัวแต่คิดว่าเราเป็นลูกน้อง

เพื่อนเป็นเจ้านาย หรือไปมุ่งหมายเรื่องข้างเคียงจนเยสมาธิ และเสียเวลาเปล่า กลับมาปฏิบัติ

หน้าที่ จัดการความรับผิดชอบของตัวเองให้สำเร็จจะดีกว่า เป็นเรื่องปกติเวลาทำงานกับเพื่อนแล้วจะรู้สึกตะชิดตะขวงใจอยู่บ้าง แต่แก้ไขได้ด้วยการรับฟัง เปิดใจ ให้พื้นที่ส่วนตัวซึ่งกันและกันในการแสดงออก ไม่พูดลับหลัง ไม่นินทาว่าร้าย ซื่อสัตย์และจริงใจต่อกัน จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีไม่ให้ถูกทำลายลงไปเพียงแค่เรื่องงาน แม้ว่าตอนเป็นเพื่อนเราจะพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ในความเป็นเพื่อนร่วมงานในองค์กร ย่อมต้องมีกรอบ มีขอบเขตว่าเรื่องบ้างเรื่องก็ต้องปิดเป็นความลับบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ต้องแสดงออกอย่างจริงใจ และใช้ความเป็นผู้ใหญ่และมีวุฒิภาวะให้เหมาะสมกับกาลเทศะด้วย

.

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ อยากให้ทุกคนได้ลองไปปรับใช้นะคะ เราจะได้ผ่านพ้นเรื่องยาก ๆ เหล่านี้ไปด้วยกัน และหวังว่าข้อมูลงานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ หากคุณสนใจหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องของงานวิจัยนี้สามารถสอบถามกับทาง Thesis Thailand เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยที่พร้อมซัพพอร์ตคุณ

.

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจากเว็บ https://today.line.me/th/v2/article/W7jz7v

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาพจิตและความเสี่ยงในโรคซึมเศร้า

การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาพจิตและความเสี่ยงในโรคซึมเศร้า

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของบุคคล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าได้ด้วย 💁🏻‍♀️ ตามรายงานวิจัยของสถาบันภาพยนตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Mental Health) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้เวลาในการใช้งานมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าได้สูงขึ้น หรือมีการสะสมความเครียดเพิ่มขึ้น การใช้สื่อสังคมออนไลน์อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของบุคคลได้อย่างหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจมีผลกระทบที่ดีหรือเสียต่อบุคคลแต่ละคนตามความเป็นจริงของสถานการณ์และวิธีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ดังนี้ อย่างไรก็ตาม สื่อสังคมออนไลน์ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตได้ โดยการเข้าร่วมกลุ่มหรือชุมชนออนไลน์ที่เกี่ยวกับการสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพจิต การแชร์ประสบการณ์

จัดหนักจัดเต็มทุกงานวิจัย

จัดหนักจัดเต็มทุกงานวิจัย

💁‍♀️ Thesis Thailand จัดหนักจัดเต็ม พร้อมช่วยแนะนำให้คำปรึกษาทุกงานวิจัย 🤩 และกระบวนการให้คำปรึกษางานวิจัยของ Thesis Thailand เป็นอย่างไรบ้างนั้น สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราคลิกเลย👉🏻https://thesisthailand.co.th  🗣 ติดต่อสอบถามปรึกษาปัญหาวิจัย 📲  📲 LINE: @THESISTH 📞 TEL: 063-207-3864 ✉️ INBOX: https://m.me/thesisthailand #วิจัยตัวร้าย #รับทำวิจัย

ครบเครื่องเรื่องงานวิจัยได้ที่Thesis Thailand

ครบเครื่องเรื่องงานวิจัยได้ที่Thesis Thailand

✨ การที่งานวิจัยจะถือว่า “ครบเครื่อง” จะต้องทำครบทุกส่วนประกอบอย่างเป็นระบบแบบมีคุณภาพสูงสุด 👏🏻 ดังนั้น การเลือกใช้บริการจาก Thesis Thailand ที่ปรึกษาในการทำงานวิจัยหลากหลายด้าน ผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นการศึกษาต่างๆ จนถึงปริญญาเอก 👍🏻 พร้อมให้บริการด้านงานวิจัยได้อย่างครบครันเพื่อคุณ 🤩 🗣 ติดต่อสอบถามปรึกษาปัญหาวิจัย 📲  📲 LINE: @THESISTH 📞 TEL: 063-207-3864 ✉️

สุดยอดทีมงานวิจัยที่พร้อมช่วยคุณ

สุดยอดทีมงานวิจัยที่พร้อมช่วยคุณ

“เราเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกด้านการเขียนเชิงวิชาการออนไลน์ โดยได้รับความไว้วางจากลูกค้า คุณภาพระดับสาขา” บริการที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกขั้นตอนการทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเสร็จมากแค่ไหน เราก็พร้อมจะเข้าไปมีส่วนร่วม ติดต่อสอบถามปรึกษาปัญหาวิจัย 📲 🔹 LINE: @THESISTH 🔹TEL: 063-207-3864 🔹 INBOX: https://m.me/thesisthailand #วิจัยตัวร้าย #รับทำวิจัย #รับทำการบ้าน #วิจัยปี4 #วิจัยปโท #รับทำวิทยานิพนธ์ #วิทยานิพนธ์